วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2559

ไฟแดง ปรองดอง

ไฟแดง  ปรองดอง





คอลัมน์ : โลกวันนี้มีประเด็น

พลุปรองดองทำท่าจะสวยงามตามท้องเรื่อง เมื่อมีการหยิบเรื่องเก่าขึ้นมารีวิวใหม่ โดยครั้งนี้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น "สร้างสันติสุข" ซึ่งเสนอโดย พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ขันอาสาเป็นหัวหอกผลักดันให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาเสริมสร้างสังคมสันติสุข มีเป้าหมายคือจับคู่ขัดแย้งทุกสีเสื้อมาเคลียร์ใจให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

หลังจุดพลุขึ้นฟ้า มีการรับลูกกันเป็นทอดๆ ตั้งแต่มือกฎหมายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่าง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่เดินเครื่องชงเรื่องให้มีการตั้งทีมศึกษาการสร้างความปรองดองให้ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ส่งไม้ต่อให้รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย นายวิษณุ เครืองาม รับไปศึกษา

ขณะที่ประธาน สนช. อย่าง นายพรเพชร วิชิตชลชัย เตรียมพร้อมตั้ง กมธ. เสริมสร้างสังคมสันติสุข แต่แล้วก็ต้องสะดุดลงตั้งแต่ยังไม่ทันตั้งไข่ เพราะท้ายสุดเรื่องตั้ง กมธ. ศึกษาการเสริมสร้างสังคมสันติสุขก็ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจาก "บิ๊กตู่" ผู้มีอำนาจสูงสุด ส่งสัญญาณเบรกว่ายังไม่ถึงเวลา

งานนี้ทำเอาโปรเจกต์ใหญ่เข้าอีหรอบเดิม คือพับแผนปรองดองเก็บเข้าลิ้นชักอีกรอบ

ขณะที่ขั้วการเมือง คู่ขัดแย้ง ต่างฟันธงกันล่วงหน้าไปแล้วว่าปรองดองไปไม่รอด เพราะเป็นแค่โรงงิ้ว โรงลิเก เป็นเกมปาหี่ซื้อเวลาก็เท่านั้นเอง

ไม่ว่าจะเป็น นายจตุพร พรหมพันธ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ออกมาเตือนแกนนำเสื้อแดง อย่าอ้างเป็นตัวแทน นปช. ร่วมนั่ง กมธ. สันติสุข และระวังน่าอาย หน้าแตก เพราะไม่มีผลใดๆในทางปฏิบัติ พร้อมกับประกาศจุดยืนไม่รับตำแหน่ง ที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐประหารของ พล.อ.ประยุทธ์ ทุกตำแหน่ง

ฝากพรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคยืนยันว่า พรรคจะไม่ส่งคนเข้าร่วม ถ้าใครได้รับการติดต่อคงต้องไปในนามส่วนตัว แต่เชื่อว่าไม่มีใครไปร่วม ด้วยเหตุผล กมธ. วิสามัญชุดดังกล่าว อาจพูดคุยเรื่องนิรโทษกรรมที่พรรคคัดค้านมาแต่ต้น

ไม่ต่างจาก นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้ตอกย้ำความล้มเหลวของรัฐบาล คสช. โดยเฉพาะ "บิ๊กตู่" ไว้ว่า ช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ยังไม่ปรากฏว่ามีความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง กระบวนการปรองดองยังไม่เริ่มต้นขึ้น ไม่มีการรวบรวมองค์ความรู้ ประสบการณ์ ความคิดเห็นการปรองดอง ที่มีการศึกษามาในอดีต แสดงให้เห็นว่า คสช. และรัฐบาล ไม่ได้ใส่ใจอยากปรองดองอย่างที่กล่าวอ้างเป็นสาเหตุเข้าสู่อำนาจ แถมนายกรัฐมนตรีไม่เข้าใจกระบวนการปรองดองและไม่พยายามรับฟังความเห็นฝ่ายต่างๆอีกด้วย

เมื่อจับสัญญาณที่ถูกส่งออกมาจากทุกฝ่าย ทำให้เห็นชัดว่า ยังไม่ถึงเวลาของการสร้างความปรองดอง ที่เป็นอย่างนี้เพราะแต่ละฝ่ายตีความหมายของคำว่า "ปรองดอง" แตกต่างกัน เมื่อตีความแตกต่างกัน ทิศทางและเป้าหมายของสร้างความปรองดองจึงต่างกัน

การสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น ชาติจึงยังมองไม่เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์

     อาสาหาข่าว
      19/1/59

ไฟแดง ปรองดอง

ไฟแดง  ปรองดอง





คอลัมน์ : โลกวันนี้มีประเด็น

พลุปรองดองทำท่าจะสวยงามตามท้องเรื่อง เมื่อมีการหยิบเรื่องเก่าขึ้นมารีวิวใหม่ โดยครั้งนี้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น "สร้างสันติสุข" ซึ่งเสนอโดย พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ขันอาสาเป็นหัวหอกผลักดันให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาเสริมสร้างสังคมสันติสุข มีเป้าหมายคือจับคู่ขัดแย้งทุกสีเสื้อมาเคลียร์ใจให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

หลังจุดพลุขึ้นฟ้า มีการรับลูกกันเป็นทอดๆ ตั้งแต่มือกฎหมายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่าง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่เดินเครื่องชงเรื่องให้มีการตั้งทีมศึกษาการสร้างความปรองดองให้ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ส่งไม้ต่อให้รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย นายวิษณุ เครืองาม รับไปศึกษา

ขณะที่ประธาน สนช. อย่าง นายพรเพชร วิชิตชลชัย เตรียมพร้อมตั้ง กมธ. เสริมสร้างสังคมสันติสุข แต่แล้วก็ต้องสะดุดลงตั้งแต่ยังไม่ทันตั้งไข่ เพราะท้ายสุดเรื่องตั้ง กมธ. ศึกษาการเสริมสร้างสังคมสันติสุขก็ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจาก "บิ๊กตู่" ผู้มีอำนาจสูงสุด ส่งสัญญาณเบรกว่ายังไม่ถึงเวลา

งานนี้ทำเอาโปรเจกต์ใหญ่เข้าอีหรอบเดิม คือพับแผนปรองดองเก็บเข้าลิ้นชักอีกรอบ

ขณะที่ขั้วการเมือง คู่ขัดแย้ง ต่างฟันธงกันล่วงหน้าไปแล้วว่าปรองดองไปไม่รอด เพราะเป็นแค่โรงงิ้ว โรงลิเก เป็นเกมปาหี่ซื้อเวลาก็เท่านั้นเอง

ไม่ว่าจะเป็น นายจตุพร พรหมพันธ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ออกมาเตือนแกนนำเสื้อแดง อย่าอ้างเป็นตัวแทน นปช. ร่วมนั่ง กมธ. สันติสุข และระวังน่าอาย หน้าแตก เพราะไม่มีผลใดๆในทางปฏิบัติ พร้อมกับประกาศจุดยืนไม่รับตำแหน่ง ที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐประหารของ พล.อ.ประยุทธ์ ทุกตำแหน่ง

ฝากพรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคยืนยันว่า พรรคจะไม่ส่งคนเข้าร่วม ถ้าใครได้รับการติดต่อคงต้องไปในนามส่วนตัว แต่เชื่อว่าไม่มีใครไปร่วม ด้วยเหตุผล กมธ. วิสามัญชุดดังกล่าว อาจพูดคุยเรื่องนิรโทษกรรมที่พรรคคัดค้านมาแต่ต้น

ไม่ต่างจาก นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้ตอกย้ำความล้มเหลวของรัฐบาล คสช. โดยเฉพาะ "บิ๊กตู่" ไว้ว่า ช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ยังไม่ปรากฏว่ามีความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง กระบวนการปรองดองยังไม่เริ่มต้นขึ้น ไม่มีการรวบรวมองค์ความรู้ ประสบการณ์ ความคิดเห็นการปรองดอง ที่มีการศึกษามาในอดีต แสดงให้เห็นว่า คสช. และรัฐบาล ไม่ได้ใส่ใจอยากปรองดองอย่างที่กล่าวอ้างเป็นสาเหตุเข้าสู่อำนาจ แถมนายกรัฐมนตรีไม่เข้าใจกระบวนการปรองดองและไม่พยายามรับฟังความเห็นฝ่ายต่างๆอีกด้วย

เมื่อจับสัญญาณที่ถูกส่งออกมาจากทุกฝ่าย ทำให้เห็นชัดว่า ยังไม่ถึงเวลาของการสร้างความปรองดอง ที่เป็นอย่างนี้เพราะแต่ละฝ่ายตีความหมายของคำว่า "ปรองดอง" แตกต่างกัน เมื่อตีความแตกต่างกัน ทิศทางและเป้าหมายของสร้างความปรองดองจึงต่างกัน

การสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น ชาติจึงยังมองไม่เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์

     อาสาหาข่าว
      19/1/59

ปีศาจเฉพาะกาล โดย น.พ.สมเกียรติ ธาตรีธร

ปีศาจเฉพาะกาล

โดย น.พ.สมเกียรติ ธาตรีธร


เมื่อ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา มีงานรำลึกถึง คุณเสนีย์ เสาวพงศ์ ที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ ที่ได้ข่าวว่ามีทหารมาขอทราบรายละเอียดและขอเข้าร่วมด้วย บรรยากาศในงานมีความคึกคักแบบปัญญาชนทางด้านสังคม ทหารที่มาสังเกตการณ์คงไม่ได้ข้อมูลอะไรที่ต้องทำการเคลื่อนไหวหลังงาน

ในงานมีคำถามคำตอบที่น่าสนใจคำถามหนึ่งคือ ในนิยายเรื่องปีศาจใครเป็นปีศาจตัวจริง และมีการเฉลยว่าคือรัชนี นางเอกในเรื่อง ผู้ซึ่งเป็นกบฏต่อชนชั้นของตัวเองเข้าร่วมทางและร่วมชีวิตกับสาย สีมา โดยไม่มีแม้แต่กระเป๋าเสื้อผ้าติดตัวมา 

ตัวสาย สีมา นั้นแม้จะเป็นปีศาจด้วยแน่นอน แต่ก็ยังสังกัดอยู่ในชนชั้นของตัวเอง ได้เผชิญกับแรงกดดันทางชนชั้นและได้รับความเจ็บปวดจากแรงกดดันนั้น แต่รัชนีไม่ได้รับผลกระทบจากแรงกดดันโดยตรงอย่างสาย สีมา เพียงได้รับรู้ ได้เห็น และรู้สึกคล้อยตามสาย สีมา ที่มีปฏิกิริยาต่อความไม่ถูกต้องเป็นธรรมที่เกิดจากแรงกดดัน ก็ถึงกับยอมสละสถานะทางชนชั้นเข้าร่วมทางกับสาย สีมา

สำหรับผู้สนใจพัฒนาการทางสังคมและนักอ่านนิยายที่สะท้อนปัญหาสังคม ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมานั้นได้รับรู้และซาบซึ้งเรื่องราวของทั้งบุคคลจริง และตัวละครในนิยายที่เป็นกบฏต่อชนชั้นของผู้ได้เปรียบที่ตัวเองสังกัดอยู่ เข้าร่วมทาง หรือบางครั้งเข้าต่อสู้ร่วมกับชนชั้นล่างผู้เสียเปรียบอยู่เสมอ

คนเหล่านั้นย่อมต้องเป็นปีศาจตามนัยยะของนิยายเรื่องปีศาจเช่นเดียวกับรัชนี

เมื่อยึดคำจำกัดความของปีศาจว่าคือคนผู้เป็นกบฏต่อชนชั้นตัวเองไปเข้ากับชนชั้นตรงข้าม ในปัจจุบันมีปีศาจตามนัยยะเดียวกันแต่สวนทางอยู่ไม่น้อย 

เป็นปีศาจที่สังกัดอยู่ในชนชั้นล่างผู้เสียเปรียบ ผู้ถูกกดดัน ผู้ถูกหยาบหยาม แต่เป็นกบฏไปเข้ากับฝ่ายผู้ได้เปรียบ ตั้งตนเป็นศัตรูกับชนชั้นตัวเอง ประณามหยามเหยียดผู้ร่วมชนชั้นว่าโง่ ว่าทุจริต ว่าไม่ควรมีสิทธิมีเสียงเท่าชนชั้นที่ได้เปรียบ (ที่เอาเปรียบอยู่) รวมกลุ่มยอมตัวเป็นเครื่องมือห้ำหั่น ทำร้ายทำลายชนชั้นเดียวกับตัวเอง จึงอาจนับได้ว่าผู้เป็นกบฏต่อชนชั้นผู้เสียเปรียบของตัวเองเหล่านั้นเป็นปีศาจได้เช่นกัน

ต่างกันเพียงปีศาจชนิดหลังนี้เป็นปีศาจเฉพาะกาลที่สวนทางกาลเวลา ไม่อาจเติบโตและทนทานต่อกาลเวลาที่ผ่านไปได้ รอเวลาเข้าพิพิธภัณฑ์พร้อมกับกลุ่มที่สังกัดใหม่ ไม่เหมือนปีศาจชนิดแรกเช่นรัชนีหรือสาย สีมา

ปีศาจชนิดหลังนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากเหตุและปัจจัยของความรับรู้และสำนึกในความเป็นธรรม แต่เกิดจากเหตุและปัจจัยของผลประโยชน์ที่จะได้สังกัดในชนชั้นที่ได้เปรียบเพื่อจะได้เอาเปรียบของการฟังความข้างเดียว ของอคติ ของศรัทธาที่เกิดจากการตอกย้ำข้อมูลด้านเดียว ของศรัทธาในตัวบุคคลที่เกิดจากข้อมูลด้านเดียวนั้น และของการได้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้ได้เปรียบ กลุ่มผู้ทรงอำนาจซึ่งอาจนำไปเชิดหน้าชูตาในสังคมได้

ในช่วงเปลี่ยนผ่านของสังคมตลอดประวัติศาสตร์ เราจะพบปีศาจในสองลักษณะนี้เสมอ ในการต่อสู้เพื่อเอกราชของประเทศเมืองขึ้น อุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่งของนักต่อสู้กู้ชาติคือเพื่อนร่วมชาติที่เอาใจฝักใฝ่เข้าข้างเจ้าอาณานิคม และเข้าต่อสู้เอาเป็นเอาตายกับเพื่อนร่วมชาติที่กำลังต่อสู้เพื่ออิสรภาพของชาติอยู่ เป็นปรากฏการณ์ที่พบได้เสมอในทุกชาติทุกประเทศที่มีการต่อสู้ในลักษณะดังกล่าว 

ในอินเดีย ตำรวจชาวอินเดียใช้ไม้กระบองหวดเพื่อนร่วมชาติสาวกของคานธีที่เดินมือเปล่าโดยไม่ปรานี ในเวียดนาม ทหารเวียดนามที่นิยมฝรั่งเศสเข้าต่อสู้แลกชีวิตอย่างเอาเป็นเอาตายกับเพื่อนร่วมชาติที่ทำงานกู้อิสรภาพอยู่

และภายในสังคมของชาติเดียวกันที่ไม่ได้เป็นอาณานิคม ก็มีปีศาจของชนชั้นล่างผู้เสียเปรียบเข้าเป็นบริวารในสังกัดของผู้ได้เปรียบทำการเข่นฆ่า ทำลายล้างเพื่อนร่วมชนชั้นปรากฏให้เห็นอยู่เสมอ


ปีศาจชนิดแรกเท่านั้นที่เป็นปีศาจแห่งกาลเวลาตามที่เสนีย์ เสาวพงศ์ ประกาศผ่านสาย สีมา ปีศาจชนิดหลังเป็นปีศาจเฉพาะกาลซึ่งจะร่วงโรยไปตามกาลเวลา เป็นปีศาจที่ในท้ายที่สุดไม่เคยชนะเลยในประวัติศาสตร์ แม้จะสร้างความสูญเสียได้มากก็ตาม

ปีศาจเหล่านี้ส่วนหนึ่งเป็นเหยื่อที่น่าสงสารของระบบซึ่งต้องให้ความเมตตา ให้ความรับรู้ และให้เวลา ในขณะเดียวกันต้องทำใจว่าจะมีส่วนหนึ่งฝังตัวอยู่กับระบบและศรัทธาที่ไม่ทนต่อกาลเวลาตราบวันสุดท้ายของชีวิต

ที่มา : มติชนรายวัน 31 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ปีศาจเฉพาะกาล โดย น.พ.สมเกียรติ ธาตรีธร

ปีศาจเฉพาะกาล

โดย น.พ.สมเกียรติ ธาตรีธร


เมื่อ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา มีงานรำลึกถึง คุณเสนีย์ เสาวพงศ์ ที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ ที่ได้ข่าวว่ามีทหารมาขอทราบรายละเอียดและขอเข้าร่วมด้วย บรรยากาศในงานมีความคึกคักแบบปัญญาชนทางด้านสังคม ทหารที่มาสังเกตการณ์คงไม่ได้ข้อมูลอะไรที่ต้องทำการเคลื่อนไหวหลังงาน

ในงานมีคำถามคำตอบที่น่าสนใจคำถามหนึ่งคือ ในนิยายเรื่องปีศาจใครเป็นปีศาจตัวจริง และมีการเฉลยว่าคือรัชนี นางเอกในเรื่อง ผู้ซึ่งเป็นกบฏต่อชนชั้นของตัวเองเข้าร่วมทางและร่วมชีวิตกับสาย สีมา โดยไม่มีแม้แต่กระเป๋าเสื้อผ้าติดตัวมา 

ตัวสาย สีมา นั้นแม้จะเป็นปีศาจด้วยแน่นอน แต่ก็ยังสังกัดอยู่ในชนชั้นของตัวเอง ได้เผชิญกับแรงกดดันทางชนชั้นและได้รับความเจ็บปวดจากแรงกดดันนั้น แต่รัชนีไม่ได้รับผลกระทบจากแรงกดดันโดยตรงอย่างสาย สีมา เพียงได้รับรู้ ได้เห็น และรู้สึกคล้อยตามสาย สีมา ที่มีปฏิกิริยาต่อความไม่ถูกต้องเป็นธรรมที่เกิดจากแรงกดดัน ก็ถึงกับยอมสละสถานะทางชนชั้นเข้าร่วมทางกับสาย สีมา

สำหรับผู้สนใจพัฒนาการทางสังคมและนักอ่านนิยายที่สะท้อนปัญหาสังคม ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมานั้นได้รับรู้และซาบซึ้งเรื่องราวของทั้งบุคคลจริง และตัวละครในนิยายที่เป็นกบฏต่อชนชั้นของผู้ได้เปรียบที่ตัวเองสังกัดอยู่ เข้าร่วมทาง หรือบางครั้งเข้าต่อสู้ร่วมกับชนชั้นล่างผู้เสียเปรียบอยู่เสมอ

คนเหล่านั้นย่อมต้องเป็นปีศาจตามนัยยะของนิยายเรื่องปีศาจเช่นเดียวกับรัชนี

เมื่อยึดคำจำกัดความของปีศาจว่าคือคนผู้เป็นกบฏต่อชนชั้นตัวเองไปเข้ากับชนชั้นตรงข้าม ในปัจจุบันมีปีศาจตามนัยยะเดียวกันแต่สวนทางอยู่ไม่น้อย 

เป็นปีศาจที่สังกัดอยู่ในชนชั้นล่างผู้เสียเปรียบ ผู้ถูกกดดัน ผู้ถูกหยาบหยาม แต่เป็นกบฏไปเข้ากับฝ่ายผู้ได้เปรียบ ตั้งตนเป็นศัตรูกับชนชั้นตัวเอง ประณามหยามเหยียดผู้ร่วมชนชั้นว่าโง่ ว่าทุจริต ว่าไม่ควรมีสิทธิมีเสียงเท่าชนชั้นที่ได้เปรียบ (ที่เอาเปรียบอยู่) รวมกลุ่มยอมตัวเป็นเครื่องมือห้ำหั่น ทำร้ายทำลายชนชั้นเดียวกับตัวเอง จึงอาจนับได้ว่าผู้เป็นกบฏต่อชนชั้นผู้เสียเปรียบของตัวเองเหล่านั้นเป็นปีศาจได้เช่นกัน

ต่างกันเพียงปีศาจชนิดหลังนี้เป็นปีศาจเฉพาะกาลที่สวนทางกาลเวลา ไม่อาจเติบโตและทนทานต่อกาลเวลาที่ผ่านไปได้ รอเวลาเข้าพิพิธภัณฑ์พร้อมกับกลุ่มที่สังกัดใหม่ ไม่เหมือนปีศาจชนิดแรกเช่นรัชนีหรือสาย สีมา

ปีศาจชนิดหลังนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากเหตุและปัจจัยของความรับรู้และสำนึกในความเป็นธรรม แต่เกิดจากเหตุและปัจจัยของผลประโยชน์ที่จะได้สังกัดในชนชั้นที่ได้เปรียบเพื่อจะได้เอาเปรียบของการฟังความข้างเดียว ของอคติ ของศรัทธาที่เกิดจากการตอกย้ำข้อมูลด้านเดียว ของศรัทธาในตัวบุคคลที่เกิดจากข้อมูลด้านเดียวนั้น และของการได้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้ได้เปรียบ กลุ่มผู้ทรงอำนาจซึ่งอาจนำไปเชิดหน้าชูตาในสังคมได้

ในช่วงเปลี่ยนผ่านของสังคมตลอดประวัติศาสตร์ เราจะพบปีศาจในสองลักษณะนี้เสมอ ในการต่อสู้เพื่อเอกราชของประเทศเมืองขึ้น อุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่งของนักต่อสู้กู้ชาติคือเพื่อนร่วมชาติที่เอาใจฝักใฝ่เข้าข้างเจ้าอาณานิคม และเข้าต่อสู้เอาเป็นเอาตายกับเพื่อนร่วมชาติที่กำลังต่อสู้เพื่ออิสรภาพของชาติอยู่ เป็นปรากฏการณ์ที่พบได้เสมอในทุกชาติทุกประเทศที่มีการต่อสู้ในลักษณะดังกล่าว 

ในอินเดีย ตำรวจชาวอินเดียใช้ไม้กระบองหวดเพื่อนร่วมชาติสาวกของคานธีที่เดินมือเปล่าโดยไม่ปรานี ในเวียดนาม ทหารเวียดนามที่นิยมฝรั่งเศสเข้าต่อสู้แลกชีวิตอย่างเอาเป็นเอาตายกับเพื่อนร่วมชาติที่ทำงานกู้อิสรภาพอยู่

และภายในสังคมของชาติเดียวกันที่ไม่ได้เป็นอาณานิคม ก็มีปีศาจของชนชั้นล่างผู้เสียเปรียบเข้าเป็นบริวารในสังกัดของผู้ได้เปรียบทำการเข่นฆ่า ทำลายล้างเพื่อนร่วมชนชั้นปรากฏให้เห็นอยู่เสมอ


ปีศาจชนิดแรกเท่านั้นที่เป็นปีศาจแห่งกาลเวลาตามที่เสนีย์ เสาวพงศ์ ประกาศผ่านสาย สีมา ปีศาจชนิดหลังเป็นปีศาจเฉพาะกาลซึ่งจะร่วงโรยไปตามกาลเวลา เป็นปีศาจที่ในท้ายที่สุดไม่เคยชนะเลยในประวัติศาสตร์ แม้จะสร้างความสูญเสียได้มากก็ตาม

ปีศาจเหล่านี้ส่วนหนึ่งเป็นเหยื่อที่น่าสงสารของระบบซึ่งต้องให้ความเมตตา ให้ความรับรู้ และให้เวลา ในขณะเดียวกันต้องทำใจว่าจะมีส่วนหนึ่งฝังตัวอยู่กับระบบและศรัทธาที่ไม่ทนต่อกาลเวลาตราบวันสุดท้ายของชีวิต

ที่มา : มติชนรายวัน 31 ธันวาคม พ.ศ. 2557

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2559

แปลกแต่จริง (เครดิต unknown ทางไลน์)

แปลกแต่จริง

ทุจริตคลองด่าน...ชวน หลีกภัย ไม่ผิด เพราะนายกรัฐมนตรี (ชวน หลีกภัย) เป็นเพียงผู้กำกับนโยบาย
ผิดเฉพาะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

คดีประกันราคาข้าว...อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ผิด เพราะนายกรัฐมนตรี(อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) เป็นเพียงผู้กำกับนโยบาย
เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ก็ไม่ผิด เพราะเอกสารหายไปกับน้ำท่วม

คดี ปรส.....ชวน หลีกภัย ไม่ผิดเพราะนายกรัฐมนตรี(ชวน หลีกภัย) เป็นเพียงผู้กำกับนโยบายและคดีหมดอายุความไปแล้ว
ผิดเฉพาะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติแต่เนื่องจากผู้ปฏิบัติมีอายุมากแล้ว จึงไม่ต้องรับโทษ

คดีโครงการรับจำนำข้าว....ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผิด เพราะนายกรัฐมนตรี(ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร)ต้องรับผิดชอบ ในฐานะผู้กำกับนโยบาย
ส่วนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติไม่ผิด เพราะทำตามนโยบาย และรัฐมนตรีผู้ปฏิบัติอยู่ระหว่างสอบสวน


สรุปว่า ขบวนการอยุติธรรม กำลังนำพาประเทศไทยให้ ฉิบหาย....

แปลกแต่จริง (เครดิต unknown ทางไลน์)

แปลกแต่จริง

ทุจริตคลองด่าน...ชวน หลีกภัย ไม่ผิด เพราะนายกรัฐมนตรี (ชวน หลีกภัย) เป็นเพียงผู้กำกับนโยบาย
ผิดเฉพาะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

คดีประกันราคาข้าว...อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ผิด เพราะนายกรัฐมนตรี(อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) เป็นเพียงผู้กำกับนโยบาย
เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ก็ไม่ผิด เพราะเอกสารหายไปกับน้ำท่วม

คดี ปรส.....ชวน หลีกภัย ไม่ผิดเพราะนายกรัฐมนตรี(ชวน หลีกภัย) เป็นเพียงผู้กำกับนโยบายและคดีหมดอายุความไปแล้ว
ผิดเฉพาะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติแต่เนื่องจากผู้ปฏิบัติมีอายุมากแล้ว จึงไม่ต้องรับโทษ

คดีโครงการรับจำนำข้าว....ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผิด เพราะนายกรัฐมนตรี(ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร)ต้องรับผิดชอบ ในฐานะผู้กำกับนโยบาย
ส่วนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติไม่ผิด เพราะทำตามนโยบาย และรัฐมนตรีผู้ปฏิบัติอยู่ระหว่างสอบสวน


สรุปว่า ขบวนการอยุติธรรม กำลังนำพาประเทศไทยให้ ฉิบหาย....

ดร.เพียงดิน รักไทย ชวนคิดชวนลุย ตอน "ทำไม ทักษิน จึงเป็นเป้าโจมตี ไม่จบสิ้น? เขาเลวร้ายจริง หรือมีอะไรลึกกว่านั้น?"


​ดร.เพียงดิน รักไทย ชวนคิดชวนลุย ตอน "ทำไม ทักษิน จึงเป็นเป้าโจมตี ไม่จบสิ้น? เขาเลวร้ายจริง หรือมีอะไรลึกกว่านั้น?"
หรือ
หรือ
----------------------
สนับสนุนการเผยแพร่โดย ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน และมหาวิทยาลัยประชาชน เพื่อสาธารณะประโยชน์ ในการสร้างจิตสำนึกทางประชาธิปไตย สันติวิธี และการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน
----------------------
สนับสนุนแนวทางมดแดงล้มช้าง ของ คณะราษฎรเสรีไทย กับ ดร. เพียงดิน 
ส่งข้อมูลลับผ่านช่องทางที่ปลอดภัยทางลิ้งค์ต่อไปนี้
หรือที่นี่ http://tinyurl.com/pcqjppt