วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

แถลงการณ์ร่วม องค์การเสรีไทยฯและชมรมผู้รักประชาธิปไตยไทยแห่งรัฐอิลลินอยส์ 23 พฤษภาคม 2558


แถลงการณ์ร่วม องค์การเสรีไทยฯและชมรมผู้รักประชาธิปไตยไทยแห่งรัฐอิลลินอยส์ 23 พฤษภาคม 2558














แถลงการณ์ร่วม
องค์การเสรีไทยฯและชมรมผู้รักประชาธิปไตยไทยแห่งรัฐอิลลินอยส์

23 พฤษภาคม 2558

การรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 คือการจงใจสร้างวิกฤติไทยอย่างต่อเนื่อง 
นับจากการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ของกลุ่มเผด็จการขุนนางพลังอนุรักษ์นิยมไทย
ที่ไม่ยอมเข้าใจการพัฒนาของโลกยุคใหม่ ที่เคารพในเสรีภาพความเสมอภาคประชาธิปไตย
และรัฐสวัสดิการ


ด้วยเจตนาเพียงต้องการรักษาผลประโยชน์การเสวยสุขของคนส่วนน้อย 
โดยเบียดบังงบประมาณจากเงินภาษีอากรของคนส่วนใหญ่ซึ่งเป็นต้นเหตุ
ของความยากจนที่ประชาชนต้องตรากตรำมายาวนาน ด้วยการหลอกลวงว่า
ความทุกข์ยาก ยากจนของประชาชน เป็นผลกรรมมาจากชาติที่แล้ว

นับแต่โลกได้พัฒนาเทคโนโลยี่ทางอุตสาหกรรมการสื่อสาร 
ได้ส่งผลให้เกิดความก้าวหน้าการรับรู้ข่าวสารอย่างกว้างขวาง 
ถึงคุณภาพชีวิตที่สร้างขึ้นได้จากนโยบายการเมือง และนโยบายเศรษฐกิจ
ที่มุ่งเน้นการบริการให้แก่มหาชนผู้เสียภาษี ดังที่ปรากฎในข่าวสารของประเทศที่พัฒนาแล้ว 
จึงได้ผลักดันให้เกิดนโยบายที่ก้าวหน้ากินได้ของพรรคการเมืองใหม่ในไทย 
ภายใต้การนำของพตท.ทักษิณ ชินวัตรที่ชื่อว่าพรรคไทยรักไทย ในปีพศ.2544 

อันเป็นการเปิดบริบทใหม่ของระบอบการเมืองไทย ที่ต้องแข่งขันเชิงนโยบาย 
มากกว่าการหลอกลวงของนักการเมืองที่อยู่ในอุ้งเท้าของกลุ่มเผด็จการขุนนาง
พลังอนุรักษ์นิยมไทย และนับแต่นั้น การใส่ร้ายบิดเบือนความดีงามของระบอบประชาธิไตยใหม่ 
ที่เปิดโอกาสให้แก่มหาชน ในการเข้าถึงเม็ดเงินอันมาจากภาษีอากรของเขาก็เกิดขึ้น
และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

โดยรวมศูนย์โจมตีความดีงามของระบอบประชาธิปไตยว่า เป็น”ระบอบทักษิณ” 
และใส่ร้ายการเริ่มต้นของนโยบายรัฐสวัสดิการว่า "เป็นการนำภาษีไปหาคะแนนเสียง"

แต่คำโกหกพกลมเหล่านั้นก็ไม่อาจจะฝืนความเข้าใจของมหาชนได้ ดังนั้นคะแนนความนิยม
ในนโยบายที่รวมศูนย์อยู่ที่พตท.ทักษิณ จึงแน่นกล่องเลือกตั้งอย่างท่วมท้น ไม่ว่ากลุ่มทหาร
และศาลแห่งระบอบขุนนางหัวเก่าจะข่มขู่ด้วยปืน และปิดกั้นด้วยคำพิพากษา 
ให้ใช้ชื่อพรรคการเมืองอื่นๆนอกจาก”ไทยรักไทย"

อย่างไรก็ตาม ก็ยังชนะการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่องทุกครั้ง นับแต่การรัฐประหาร 19กันยายน2549 
เป็นต้นมาจนกระทั่งเหล่าขุนนางหัวเก่าหมดความหวังที่จะหลอกลวงประชาชน 
และหมดความอดทนกับการเจริญเติบโตทางความคิดที่ก้าวหน้าของมหาชน 
ด้วยการหักด้ามพร้าด้วยเข่า สร้างระบบคิดที่จะปิดประเทศโดยไม่สนใจความล้าหลังของประเทศ 
และชีวิตเลือดเนื้อ และเสรีภาพของประชาชน

ด้วยเหตุนี้การกระทำผิดกฎหมายอย่างอุกอาจของเหล่าลูกสมุนกลุ่มเผด็จการขุนนางหัวเก่า 
จึงเกิดขึ้นอย่างท้าทายคนไทยและชาวโลก ด้วยการยึดทำเนียบรัฐบาล, ปิดสนามบิน, 
ปิดกรุงเทพมหานคร และที่เลวร้ายที่สุด คือสังหารโหดประชาชนผู้เรียกร้อง
ให้ยอมรับอำนาจจากเสียงประชาชนส่วนใหญ่ โดยกลไกก็เกิดขึ้นโดยระบอบยุติธรรม
ที่อยู่ในมือกลุ่มขุนนางหัวเก่า ที่เห็นแก่ตัวไม่ดำเนินคดีใดๆเลย แม้เวลาจะผ่านมายาวนาน

มวลประชาชนได้ตาสว่างรู้แจ้งเห็นจริง ถึงความเห็นแก่ตัวของกลุ่มเผด็จการขุนนางหัวเก่าเหล่านี้ 
จึงได้จัดขบวนเพื่อเตรียมต้านการรัฐประหาร ของกลุ่มเผด็จการขุนนางหัวเก่าดั้งเดิม
แต่ใช้ชื่อใหม่ว่าคสช. ก็เกิดขึ้นในนามองค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย 
และเชื่อมต่อกับองค์กรประชาชนในประเทศต่างๆ ที่ก่อตัวทางความคิด 
และการจัดตั้งเป็นแนวต้านเผด็จการที่ใช้รูปแบบทหารไทยเป็นหุ่นเชิดทันที

ในโอกาสครบหนึ่งปีของการต้านการรรัฐประหารดังกล่าวข้างต้น 
ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งในประเทศ 
และต่างประเทศ

ในประเทศ กลุ่มนักศึกษา และประชาชน ได้จัดชุมนุมประนามการรัฐประหาร 
ทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัดเช่นที่ขอนแก่น พวกเผด็จการ ก็ใช้กำลังทหาร 
และตำรวจลูกสมุน เข้าข่มขู่จับกุม และเกิดการต่อสู้ขัดขืนของประชาชน
ผู้รักประชาธิปไตยตลอดคืนของวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา,เราขอส่งกำลังใจ
และน้อมคารวะจิตใจที่กล้าหาญและเสียสละในโอกาสนี้

ในต่างประเทศ ได้จุดประกายร่วมคิดร่วมสร้างขึ้นที่เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ 
สหรัฐอเมริกา ด้วยความร่วมมือทางองค์กรระหว่างองค์การเสรีไทยฯ 
กับชมรมผู้รักประชาธิปไตยไทยแห่งรัฐอิลลินอยส์ พร้อมกับการส่งตัวแทน
และแรงใจจากผู้รักประธิปไตยจากสหภาพยุโรป และในหลายรัฐเข้าร่วม

คำแถลงการณ์ร่วมนี้ ขอประกาศยืนยันด้วยเจตนามุ่งมั่นว่าเราจะร่วมมือกันในทุกภาคส่วน
ของผู้รักประชาธิปไตยทั้งในประเทศ และต่างประเทศเป็นหนึ่งเดียว 
ในการต่อต้านเผด็จการของกลุ่มขุนนางพลังอนุรักษ์นิยมไทยที่ชอบปล้นชิงอำนาจประชาชน 
อย่างไม่ลืมหูลืมตาถึงโลกที่ก้าวสู่ยุคใหม่แล้วนี้ต่อไป เพื่อสถาปณาระบอบประชาธิปไตย
ที่สมบูรณ์ ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยให้จงได้

เพื่อสร้างความเป็นธรรมในระบบการกระจายภาษี และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน,
ในวันนี้แม้กลุ่มเผด็จการคสช.จะประกาศหลอกลวง ด้วยด้วยสีสรรประชาธิไตยว่า 
จะทำ”ประชามติ"ร่างรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการที่อัปลักษณ์ที่สุด ที่เตรียมกดหัวประชาชน 
เราก็ยังไม่อาจวางใจได้ ด้วยเพราะกำพืดเผด็จการที่เผยธาตุแท้ให้ประชาชนเห็น
มาตลอดทศวรรษของพวกเขาโดยเราจะจับตาติดตาม และเปิดโปงแผนการฉ้อฉล
ของกลุ่มหุ่นเชิดเผด็จการทหารคสช. เพื่อให้เกิดการจำยอมต่ออำนาจโดยตรง
ของมหาชนให้จงได้

ลงนาม..........................................................
เลขาธิการองค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและปชต.
(นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ)

ลงนาม..........................................................(ในนาม) 
ชมรมผู้รักประชาธิปไตยไทยแห่งรัฐอิลลินอยส์
( สมคิด วงศ์ดี)
...
...


Ugly Truths about the Royal Government and Marginalized News about Thai Politics: ดาวดินออกแถลงการณ์เรียกร้องหยุดสร้างความเกลียดชังค...








ดาวดินออกแถลงการณ์เรียกร้องหยุดสร้างความเกลียดชังคนเห็นต่าง

Mon, 2015-05-25 13:42
25 พ.ค. 2558 กลุ่มเผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม หรือ ดาวดิน ออกแถลงการณ์ ยันปัญหาสิทธิ เสรีภาพทางการเมืองเชิงโครงสร้างมีความเชื่อมโยงถึงผลกระทบจากนโยบายหรือโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐบาล แจงการต่อสู้ของกลุ่มปราศจากความรุนแรงและอามิสสินจ้างใดๆ และไม่ใช่ฝ่ายการเมืองไหนหรือสีใด เรียกร้องประชาชนกลุ่มที่มุ่งทำลายความชอบธรรมและยุยงส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปเกลียดชังนักศึกษาให้หยุดการกระทำดังกล่าวนั้นทันที พร้อมเรียกร้องถึงรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากประชาชน ขอให้ยกเลิกมาตรา 44 และรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว แล้วเร่งคืนอำนาจอธิปไตย สิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตยให้แก่ประชาชนโดยเร็ว รวมถึงหยุดการคุกคามและทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ปล้นชิงไปจากประชาชน
อนึ่ง สมาชิกกลุ่มดาวดิน 7 คน ถูกตั้งข้อหาฝ่าฝืนประกาศ คสช. ที่ 7/2557 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง หลังทำกิจกรรมคัดค้านรัฐประหาร ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น เมือวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา


0000
แถลงการณ์กลุ่มเผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม (ดาวดิน)
จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 เป็นวันครบรอบวันเกิด 1 ปีเผด็จการ ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจและปล้นชิงอำนาจประชาธิปไตยของประชาชนไป พร้อมกับประกาศใช้กฎอัยการศึกและอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 44 และด้วยอำนาจอันยิ่งใหญ่คับฟ้า อดีตผู้บัญชาทหารบกได้แต่งตั้งตนเองเป็นผู้นำและตั้งรัฐบาลที่ไม่มีความชอบธรรมและไม่ใช่รัฐบาลของประชาชนขึ้นมาปกครองประเทศ หลังจากนั้นก็ทำการกวาดล้างประชาชนผู้คิดต่าง ข่มขู่สื่อมวลชนที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลทหาร รวมถึงการต่อสู้ของประชาชนที่อื่นๆ ทั่วประเทศ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบ ได้ปฏิบัติการลิดรอนสิทธิ เสรีภาพ คุกคามสิทธิมนุษยชน และละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ทั้งการต่อสู้เชิงโครงสร้างเพื่อสิทธิ เสรีภาพทางการเมืองและการต่อสู้ของประชาชนเพื่อปกป้องสิทธิชุมชนและเพื่อกำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง
วันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา พวกเราทั้ง 7 คน จึงไปแสดงจุดยืนของพวกเราคือ “คัดค้านรัฐประหาร” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จังหวัดขอนแก่น เพื่อต้องการสื่อสารต่อสาธารณะและรัฐบาลถึงปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนที่ปกป้องสิทธิชุมชนเพื่อให้สามารถกำหนดชะตาชีวิตของตัวเองและสิทธิในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน ซึ่งปัญหาของชาวบ้านในพื้นที่ต่างๆ ล้วนแต่ต่อสู้มาอย่างอาจหาญและยาวนาน แต่เสียงของพวกเขาที่ร้องตะโกนนั้นรัฐบาลไม่เคยสนใจและเอาใจใส่ ไม่ว่ารัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยหรือไม่เป็นประชาธิปไตยก็ตาม แต่ภายใต้สถานการณ์ที่ปืนจ่อหัวอยู่และมนต์สะกดว่าให้มีความสุข ชาวบ้านไม่สามารถออกมาต่อสู้ เรียกร้อง และมีส่วนร่วมตามสิทธิชุมชนที่เคยมีได้ กิจกรรมที่พวกเราทำในวันนั้น จึงเป็นการพูดถึงปัญหาผลกระทบจากการสร้างเขื่อน โครงการผันน้ำโขง เลย ชี มูน เหมืองแร่ การขุดเจาะปิโตรเลียม เหมืองแร่โปรแตซ การก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม ปัญหาการไล่รื้อที่ทำกินของชาวบ้าน ตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 64/2557 และปัญหาที่ของพี่น้องประชาชนที่เกิดขึ้นในพื้นที่อื่นๆทั่วประเทศ ภายใต้กฎอัยการศึกและมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราว อันเป็นเครื่องมือกำราบประชาชนให้อยู่ในความสงบ ห้ามแข็งขืน ปิดหู ปิดตา ปิดปาก ประชาชน ห้ามคิด ห้ามพูด ห้ามแสดงออก ห้ามมีส่วนร่วมทางการเมืองหรือแสดงสิทธิใดๆ นอกจากนี้ พวกเรายังพูดถึงรัฐธรรมนูญฉบับที่ไม่ได้มีส่วนร่วมของประชาชนเพราะเป็นรัฐธรรมนูญที่เขียนเอง ร่างเอง และลงมติเอง โดยกลุ่มคนที่ คสช. แต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสิทธิ เสรีภาพของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย เพราะพวกเราเชื่อว่าปัญหาสิทธิ เสรีภาพทางการเมืองเชิงโครงสร้างมีความเชื่อมโยงถึงผลกระทบจากนโยบายหรือโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐบาล
หลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพวกเราทั้ง 7 คน ถูกตั้งข้อหา ”รักประชาธิปไตย” “รักความเท่าเทียมในความเป็นมนุษย์” ทำให้พวกเราถูกจับกุมและขัง วันเดียวกันนั้นเองเพื่อนๆ ของพวกเราที่ออกมาแสดงจุดยืนที่หน้าหอศิลป์ กรุงเทพ ที่แม้จะอยู่ห่างไกลกันก็ตามแต่ก็สู้เพื่อสิ่งที่คิดและเชื่อว่าถูกต้องเหมือนกัน เพื่อนบางคนถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ ถูกบีบคอ ถูกดึงผม และนำไปสู่ความรุนแรงและการปะทะระหว่างนักศึกษาและเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนสถานการณ์ได้บานปลายมาถึงขั้นล่าแม่มดจากฝ่ายปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตย เกิดการตามล่าและใส่ร้ายป้ายสีว่าถูกจ้างมาบ้าง เป็นขบวนการล้มเจ้าบ้าง เพื่อทำลายความชอบธรรมของพลังอันบริสุทธิ์ของนักศึกษาทั่วประเทศ
เนื่องในโอกาสครบครบ 1 ปี เผด็จการทหาร พวกเราในนาม กลุ่มเผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม (ดาวดิน) ขอประกาศถึงพี่น้องนักศึกษา ประชาชน และผู้ที่รักในสิทธิ เสรีภาพ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และความเท่าเทียมทั่วประเทศว่า ขอให้ร่วมกันออกมาแสดงพลังของท่านในวิถีทางที่ทำได้และขอให้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องหากพวกเราและเพื่อนๆ ทั่วประเทศ ถูกตามล่า ข่มขู่ คุกคาม ด้วยวิธีการอันไม่ชอบธรรมและนอกกฎหมาย พวกเราขอประกาศประชาชนกลุ่มที่มุ่งทำลายความชอบธรรมและยุยงส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปเกลียดชังนักศึกษาว่า ขอให้หยุดการกระทำดังกล่าวนั้นทันที หากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ไม่เคยสอนอะไรพวกท่านเลย กลับพยายามหมุนเข็มนาฬิกากลับไปหาอดีตอันมืดมน แต่สุดท้ายมันจะหมุนกลับมาที่เดิมและตอกย้ำตราบาปที่พวกท่านได้หมุนเข็มนาฬิกากลับไป พวกท่านจะได้ชื่อว่า "คนที่เข่นฆ่าเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเพียงเพราะความคิดต่างทางการเมือง” ตราบเท่าที่ลูกหลานพวกเราจะเติบโตขึ้นมาและรับรู้เรื่องราวในวันนี้ พวกเราขอประกาศถึงขบวนการต่อสู้ในที่อื่นๆ ทั้งประเด็นทางการเมืองและปัญหาปากท้องของชาวบ้านว่า การต่อสู้ของพวกเราปราศจากความรุนแรงและอามิสสินจ้างใดๆ พวกเราไม่ใช่ฝ่ายการเมืองไหนหรือสีใด พวกเราคือ กลุ่มเผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม (ดาวดิน) กลุ่มนักศึกษาที่ลงพื้นที่เรียนรู้ปัญหาและต่อสู้เคียงข้างกลุ่มชาวบ้าน ที่ถูกรัฐและนายทุนละเมิดสิทธิชุมชน สิทธิมนุษยชน และปล้นชิงทรัพยากรธรรมชาติในภาคอีสาน ดังนั้น การต่อสู้ของพวกเราที่ผ่านมาและในอนาคตข้างหน้านั้น เป็นไปด้วยความชอบธรรมและด้วยสันติวิธี และพวกเราขอประกาศถึงรัฐบาลที่ไม่ได้มาประชาชนว่า ขอให้ยกเลิกมาตรา 44 และรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว แล้วเร่งคืนอำนาจอธิปไตย สิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตยให้แก่ประชาชนโดยเร็ว รวมถึงหยุดการคุกคามและทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ปล้นชิงไปจากประชาชน (ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว) และสุดท้ายพวกเราขอประกาศว่า “พอกันที!” กับรัฐบาลเผด็จการทั้งที่ผ่านมาในอดีต ปัจจุบัน และในอนาคตทั้งหลายทั้งปวง และขอให้อำนาจประชาธิปไตยสถิตย์อยู่กับประชาชนตลอดไป
ด้วยจิตคารวะต่อสิทธิ เสรีภาพ ประชาธิปไตย ความเท่าเทียม และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
กลุ่มเผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม (ดาวดิน)
25 พฤษภาคม 2558










Ugly Truths about the Royal Government and Marginalized News about Thai Politics: ดาวดินออกแถลงการณ์เรียกร้องหยุดสร้างความเกลียดชังค...








ดาวดินออกแถลงการณ์เรียกร้องหยุดสร้างความเกลียดชังคนเห็นต่าง

Mon, 2015-05-25 13:42
25 พ.ค. 2558 กลุ่มเผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม หรือ ดาวดิน ออกแถลงการณ์ ยันปัญหาสิทธิ เสรีภาพทางการเมืองเชิงโครงสร้างมีความเชื่อมโยงถึงผลกระทบจากนโยบายหรือโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐบาล แจงการต่อสู้ของกลุ่มปราศจากความรุนแรงและอามิสสินจ้างใดๆ และไม่ใช่ฝ่ายการเมืองไหนหรือสีใด เรียกร้องประชาชนกลุ่มที่มุ่งทำลายความชอบธรรมและยุยงส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปเกลียดชังนักศึกษาให้หยุดการกระทำดังกล่าวนั้นทันที พร้อมเรียกร้องถึงรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากประชาชน ขอให้ยกเลิกมาตรา 44 และรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว แล้วเร่งคืนอำนาจอธิปไตย สิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตยให้แก่ประชาชนโดยเร็ว รวมถึงหยุดการคุกคามและทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ปล้นชิงไปจากประชาชน
อนึ่ง สมาชิกกลุ่มดาวดิน 7 คน ถูกตั้งข้อหาฝ่าฝืนประกาศ คสช. ที่ 7/2557 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง หลังทำกิจกรรมคัดค้านรัฐประหาร ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น เมือวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา


0000
แถลงการณ์กลุ่มเผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม (ดาวดิน)
จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 เป็นวันครบรอบวันเกิด 1 ปีเผด็จการ ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจและปล้นชิงอำนาจประชาธิปไตยของประชาชนไป พร้อมกับประกาศใช้กฎอัยการศึกและอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 44 และด้วยอำนาจอันยิ่งใหญ่คับฟ้า อดีตผู้บัญชาทหารบกได้แต่งตั้งตนเองเป็นผู้นำและตั้งรัฐบาลที่ไม่มีความชอบธรรมและไม่ใช่รัฐบาลของประชาชนขึ้นมาปกครองประเทศ หลังจากนั้นก็ทำการกวาดล้างประชาชนผู้คิดต่าง ข่มขู่สื่อมวลชนที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลทหาร รวมถึงการต่อสู้ของประชาชนที่อื่นๆ ทั่วประเทศ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบ ได้ปฏิบัติการลิดรอนสิทธิ เสรีภาพ คุกคามสิทธิมนุษยชน และละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ทั้งการต่อสู้เชิงโครงสร้างเพื่อสิทธิ เสรีภาพทางการเมืองและการต่อสู้ของประชาชนเพื่อปกป้องสิทธิชุมชนและเพื่อกำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง
วันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา พวกเราทั้ง 7 คน จึงไปแสดงจุดยืนของพวกเราคือ “คัดค้านรัฐประหาร” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จังหวัดขอนแก่น เพื่อต้องการสื่อสารต่อสาธารณะและรัฐบาลถึงปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนที่ปกป้องสิทธิชุมชนเพื่อให้สามารถกำหนดชะตาชีวิตของตัวเองและสิทธิในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน ซึ่งปัญหาของชาวบ้านในพื้นที่ต่างๆ ล้วนแต่ต่อสู้มาอย่างอาจหาญและยาวนาน แต่เสียงของพวกเขาที่ร้องตะโกนนั้นรัฐบาลไม่เคยสนใจและเอาใจใส่ ไม่ว่ารัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยหรือไม่เป็นประชาธิปไตยก็ตาม แต่ภายใต้สถานการณ์ที่ปืนจ่อหัวอยู่และมนต์สะกดว่าให้มีความสุข ชาวบ้านไม่สามารถออกมาต่อสู้ เรียกร้อง และมีส่วนร่วมตามสิทธิชุมชนที่เคยมีได้ กิจกรรมที่พวกเราทำในวันนั้น จึงเป็นการพูดถึงปัญหาผลกระทบจากการสร้างเขื่อน โครงการผันน้ำโขง เลย ชี มูน เหมืองแร่ การขุดเจาะปิโตรเลียม เหมืองแร่โปรแตซ การก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม ปัญหาการไล่รื้อที่ทำกินของชาวบ้าน ตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 64/2557 และปัญหาที่ของพี่น้องประชาชนที่เกิดขึ้นในพื้นที่อื่นๆทั่วประเทศ ภายใต้กฎอัยการศึกและมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราว อันเป็นเครื่องมือกำราบประชาชนให้อยู่ในความสงบ ห้ามแข็งขืน ปิดหู ปิดตา ปิดปาก ประชาชน ห้ามคิด ห้ามพูด ห้ามแสดงออก ห้ามมีส่วนร่วมทางการเมืองหรือแสดงสิทธิใดๆ นอกจากนี้ พวกเรายังพูดถึงรัฐธรรมนูญฉบับที่ไม่ได้มีส่วนร่วมของประชาชนเพราะเป็นรัฐธรรมนูญที่เขียนเอง ร่างเอง และลงมติเอง โดยกลุ่มคนที่ คสช. แต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสิทธิ เสรีภาพของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย เพราะพวกเราเชื่อว่าปัญหาสิทธิ เสรีภาพทางการเมืองเชิงโครงสร้างมีความเชื่อมโยงถึงผลกระทบจากนโยบายหรือโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐบาล
หลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพวกเราทั้ง 7 คน ถูกตั้งข้อหา ”รักประชาธิปไตย” “รักความเท่าเทียมในความเป็นมนุษย์” ทำให้พวกเราถูกจับกุมและขัง วันเดียวกันนั้นเองเพื่อนๆ ของพวกเราที่ออกมาแสดงจุดยืนที่หน้าหอศิลป์ กรุงเทพ ที่แม้จะอยู่ห่างไกลกันก็ตามแต่ก็สู้เพื่อสิ่งที่คิดและเชื่อว่าถูกต้องเหมือนกัน เพื่อนบางคนถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ ถูกบีบคอ ถูกดึงผม และนำไปสู่ความรุนแรงและการปะทะระหว่างนักศึกษาและเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนสถานการณ์ได้บานปลายมาถึงขั้นล่าแม่มดจากฝ่ายปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตย เกิดการตามล่าและใส่ร้ายป้ายสีว่าถูกจ้างมาบ้าง เป็นขบวนการล้มเจ้าบ้าง เพื่อทำลายความชอบธรรมของพลังอันบริสุทธิ์ของนักศึกษาทั่วประเทศ
เนื่องในโอกาสครบครบ 1 ปี เผด็จการทหาร พวกเราในนาม กลุ่มเผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม (ดาวดิน) ขอประกาศถึงพี่น้องนักศึกษา ประชาชน และผู้ที่รักในสิทธิ เสรีภาพ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และความเท่าเทียมทั่วประเทศว่า ขอให้ร่วมกันออกมาแสดงพลังของท่านในวิถีทางที่ทำได้และขอให้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องหากพวกเราและเพื่อนๆ ทั่วประเทศ ถูกตามล่า ข่มขู่ คุกคาม ด้วยวิธีการอันไม่ชอบธรรมและนอกกฎหมาย พวกเราขอประกาศประชาชนกลุ่มที่มุ่งทำลายความชอบธรรมและยุยงส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปเกลียดชังนักศึกษาว่า ขอให้หยุดการกระทำดังกล่าวนั้นทันที หากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ไม่เคยสอนอะไรพวกท่านเลย กลับพยายามหมุนเข็มนาฬิกากลับไปหาอดีตอันมืดมน แต่สุดท้ายมันจะหมุนกลับมาที่เดิมและตอกย้ำตราบาปที่พวกท่านได้หมุนเข็มนาฬิกากลับไป พวกท่านจะได้ชื่อว่า "คนที่เข่นฆ่าเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเพียงเพราะความคิดต่างทางการเมือง” ตราบเท่าที่ลูกหลานพวกเราจะเติบโตขึ้นมาและรับรู้เรื่องราวในวันนี้ พวกเราขอประกาศถึงขบวนการต่อสู้ในที่อื่นๆ ทั้งประเด็นทางการเมืองและปัญหาปากท้องของชาวบ้านว่า การต่อสู้ของพวกเราปราศจากความรุนแรงและอามิสสินจ้างใดๆ พวกเราไม่ใช่ฝ่ายการเมืองไหนหรือสีใด พวกเราคือ กลุ่มเผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม (ดาวดิน) กลุ่มนักศึกษาที่ลงพื้นที่เรียนรู้ปัญหาและต่อสู้เคียงข้างกลุ่มชาวบ้าน ที่ถูกรัฐและนายทุนละเมิดสิทธิชุมชน สิทธิมนุษยชน และปล้นชิงทรัพยากรธรรมชาติในภาคอีสาน ดังนั้น การต่อสู้ของพวกเราที่ผ่านมาและในอนาคตข้างหน้านั้น เป็นไปด้วยความชอบธรรมและด้วยสันติวิธี และพวกเราขอประกาศถึงรัฐบาลที่ไม่ได้มาประชาชนว่า ขอให้ยกเลิกมาตรา 44 และรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว แล้วเร่งคืนอำนาจอธิปไตย สิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตยให้แก่ประชาชนโดยเร็ว รวมถึงหยุดการคุกคามและทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ปล้นชิงไปจากประชาชน (ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว) และสุดท้ายพวกเราขอประกาศว่า “พอกันที!” กับรัฐบาลเผด็จการทั้งที่ผ่านมาในอดีต ปัจจุบัน และในอนาคตทั้งหลายทั้งปวง และขอให้อำนาจประชาธิปไตยสถิตย์อยู่กับประชาชนตลอดไป
ด้วยจิตคารวะต่อสิทธิ เสรีภาพ ประชาธิปไตย ความเท่าเทียม และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
กลุ่มเผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม (ดาวดิน)
25 พฤษภาคม 2558










PIANGDIN ACADEMY: ทางออกประเทศไทย อ.ชูพงศ์-ดร.เพียงดิน 25 พฤษภาคม 25...





ทางออกประเทศไทย อ.ชูพงศ์-ดร.เพียงดิน 25 พฤษภาคม 2558 ชะตากรรมประยุทธ์ และห้วงวิกฤติประเทศไทย












PIANGDIN ACADEMY: ทางออกประเทศไทย อ.ชูพงศ์-ดร.เพียงดิน 25 พฤษภาคม 25...





ทางออกประเทศไทย อ.ชูพงศ์-ดร.เพียงดิน 25 พฤษภาคม 2558 ชะตากรรมประยุทธ์ และห้วงวิกฤติประเทศไทย












ทางออกประเทศไทย อ.ชูพงศ์-ดร.เพียงดิน 25 พฤษภาคม 2558 ชะตากรรมประยุทธ์ และห้วงวิกฤติประเทศไทย

ทางออกประเทศไทย อ.ชูพงศ์-ดร.เพียงดิน 25 พฤษภาคม 2558 ชะตากรรมประยุทธ์ และห้วงวิกฤติประเทศไทย

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

องคมนตรี ถึงแก่อสัญกรรมไปอีกหนึ่งละ...

เมื่อวันที่15 พฤษภาคม 2558 เวลา 17.00 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ
เสด็จไปในการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ศาสตราจารย์จำรัส เขมะจารุ ณ ศาลาบัณณรศภาค วัดเบญจมบพิตรฯ
 โดยมีกำหนดการสวดอภิธรรรมศพ . จำรัส เขมะจารุ ตั้งแต่ 15-21 พ.ค. 2558 ณ วัดเบญฯ ศาลาบัณณรศภาค....
 
 
สราญจิต เขมะจารุ พรหมทอง ทราบข่าวคุณพ่อ .พิเศษ องคมนตรี จำรัส เขมะจารุ ถึงแก่อสัญกรรมวันที่ 14 พ.ค. ศกนี้ เวลา 14.35 น
 รุ่งเช้าวันที่ 15 พ.ค. บินด่วนกลับไทยไปคาระร่างอันไร้วิญญาณ จะกลับ USA 24 พ.ค. นี้ (Bangkok Bistro, Mt.View,California)