Sunday, June 5, 2016

ครบรอบ 50 ปี การจากไปของ ‘จิตร ภูมิศักดิ์’ หมายเหตุประเพทไทย พบกับ สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ

ครบรอบ 50 ปี การจากไปของ 'จิตร ภูมิศักดิ์'

หมายเหตุประเพทไทย พบกับ สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ 

-
พูดคุยในโอกาสครบรอบ 50 ปี การจากไปของ 'จิตร ภูมิศักดิ์' ซึ่งวันนี้เขาถูกจดจำในหลากหลายภาพลักษณ์ เริ่มตั้งแต่ผู้แต่งบทกวี "เปิบข้าว" ผู้แต่งเพลง "แสงดาวแห่งศรัทธา" ไปจนถึงนักวิชาการประวัติศาสตร์ผู้มีงานเขียนสำคัญ อาทิ โฉมหน้าศักดินาไทย, ความเป็นมาของคำสยาม ไทย, ลาว และขอม และลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ ฯลฯ นอกจากนี้เขายังทำให้สถานที่ซึ่งเขาจบชีวิต คือบ้านหนองกุง อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดอีกด้วย

-
เรื่องน่าสนใจอีกประการหนึ่งคือบทเพลง "แสงดาวแห่งศรัทธา" ของจิตร ภูมิศักดิ์ ถูกนำไปขับร้องในการชุมนุมของทุกกลุ่ม โดยเพลงนี้แต่งในช่วงที่เขาเป็นนักโทษการเมือง โดยสุธาชัย เสนอว่าเพลงนี้มีความสำคัญในแง่ ช่วยปลุกเร้าการต่อสู้ในยามท้อแท้สิ้นหวัง จึงกลายเป็นเพลงที่มีความสำคัญสำหรับนักต่อสู้ทางการเมืองทุกสีทุกฝ่าย โดยที่ผู้แต่งเองก็ไม่สามารถผูกขาดการตีความหมายของเพลงไว้ได้
ติดตามหมายเหตุประเพทไทยย้อนหลังที่ 


ครบรอบ 50 ปี การจากไปของ ‘จิตร ภูมิศักดิ์’ หมายเหตุประเพทไทย พบกับ สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ

ครบรอบ 50 ปี การจากไปของ 'จิตร ภูมิศักดิ์'

หมายเหตุประเพทไทย พบกับ สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ 

-
พูดคุยในโอกาสครบรอบ 50 ปี การจากไปของ 'จิตร ภูมิศักดิ์' ซึ่งวันนี้เขาถูกจดจำในหลากหลายภาพลักษณ์ เริ่มตั้งแต่ผู้แต่งบทกวี "เปิบข้าว" ผู้แต่งเพลง "แสงดาวแห่งศรัทธา" ไปจนถึงนักวิชาการประวัติศาสตร์ผู้มีงานเขียนสำคัญ อาทิ โฉมหน้าศักดินาไทย, ความเป็นมาของคำสยาม ไทย, ลาว และขอม และลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ ฯลฯ นอกจากนี้เขายังทำให้สถานที่ซึ่งเขาจบชีวิต คือบ้านหนองกุง อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดอีกด้วย

-
เรื่องน่าสนใจอีกประการหนึ่งคือบทเพลง "แสงดาวแห่งศรัทธา" ของจิตร ภูมิศักดิ์ ถูกนำไปขับร้องในการชุมนุมของทุกกลุ่ม โดยเพลงนี้แต่งในช่วงที่เขาเป็นนักโทษการเมือง โดยสุธาชัย เสนอว่าเพลงนี้มีความสำคัญในแง่ ช่วยปลุกเร้าการต่อสู้ในยามท้อแท้สิ้นหวัง จึงกลายเป็นเพลงที่มีความสำคัญสำหรับนักต่อสู้ทางการเมืองทุกสีทุกฝ่าย โดยที่ผู้แต่งเองก็ไม่สามารถผูกขาดการตีความหมายของเพลงไว้ได้
ติดตามหมายเหตุประเพทไทยย้อนหลังที่ 


ระวังอันตราย!! พบแล้ว!ศพน้องแพร ดาวมหาลัยชื่อดังย่านรังสิต โดนป้ายยาบนรถเมล์สาย8 ภัยใหม่

พบแล้ว!ศพน้องแพร ดาวมหาลัยชื่อดังย่านรังสิต โดนป้ายยาบนรถเมล์สาย8 ภัยใหม่โปรดอ่านวันจันทร์ที่ 30 เดือนพฤษภาคม พศ. 2559
******
สืบเนื่องจากเหตุการณ์มีนักศึกษาดาวมหาลัยหายตัวไป ที่กล้องวงจรปิดจับภาพใว้ได้ "น้องแพร" สาวนักศึกษามหาลัยรังสิต ปริญญาโท คณะนิเทศศาสตร์มหาบัณฑิต เดินจับมือลงรถเมล์ไปกับชายต่างชาติ "แขกขาว" และหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

ล่าสุดพบเป็นศพอยู่ในป่าร้างห่างจากป้ายรถเมล์ประมาณ500เมตร ร่างกายถูกห่อด้วยกระสอบข้าวสารเปลือยทั้งตัวไม่พบบาดแผลอื่นๆบริเวณร่างกายอาจเป็นยาป้ายประเภทใหม่ที่กำลังเป็นข่าวดังในต่างประเทศ นิยมใช้ในกลุ่ม "แขกขาว" ยาออกฤทธิ์ทันทีหลังจากนั้นจะไม่รับรู้อะไรอีกเลย เป็นภัยอันตรายรูปแบบใหม่ ที่น่ากลัวที่สุดในขณะนี้

จากการตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงพบถุงยางอนามัย5ชิ้นใช้งานแล้ว คาดว่าถูกข่มขืนไม่ต่ำกว่า2คน และร่างกายผู้เสียชีวิตพบคราบอสุจิติดอยู่ ทางเจ้าหน้าที่ได้นำศพไปตรวจพิสูจน์อีกครั้ง

มีผู้หวังดีแจ้งเข้ามาว่า น้ำยานี้มีชื่อเรียกว่า"กวายกวายสุ่ย" ใช้ครั้งละไม่กี่หยด เมื่อหลังจากดื่มน้ำนี่แล้ว เราจะมีอาการ ควบคุมสติตัวเองไม่ได้  เชื่อฟังคำสั่ง ของผู้อื่นทุกคำ ถามอะไรตอบอะไร เมื่อคืนสติแล้ว ก็ไม่สามารถรู้ได้ เคยมีอะไรเกิดขึ้น กำลังของยาชนิดนี้ ได้ยาวนานประมาณ 2 ชั่วโมง ใช้หยดใส่น้ำชา เหล้า เบียร์ หรือน้ำเปล่า เพราะสารเคมีนี้ ไม่มีสีและกลิ่น ทำให้พวกเรา ไม่สามารถรู้ได้ ว่าในเครื่องดื่มนี้ ได้ผสมสารเคมีแล้ว โปรดส่งต่อให้ผู้มีลูกสาวได้อ่านและให้รู้ว่าหากจำเป็นต้องออกห่างแก้วน้ำ เดิมที่เคยดื่มเมื่อกลับเข้ามาจงอย่าดื่มแก้วเดิม เพื่อความปลอดภัยสำหรับตัวเองให้เปลี่ยนแก้วใหม่ทันที รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี。

ระวังอันตราย!! พบแล้ว!ศพน้องแพร ดาวมหาลัยชื่อดังย่านรังสิต โดนป้ายยาบนรถเมล์สาย8 ภัยใหม่

พบแล้ว!ศพน้องแพร ดาวมหาลัยชื่อดังย่านรังสิต โดนป้ายยาบนรถเมล์สาย8 ภัยใหม่โปรดอ่านวันจันทร์ที่ 30 เดือนพฤษภาคม พศ. 2559
******
สืบเนื่องจากเหตุการณ์มีนักศึกษาดาวมหาลัยหายตัวไป ที่กล้องวงจรปิดจับภาพใว้ได้ "น้องแพร" สาวนักศึกษามหาลัยรังสิต ปริญญาโท คณะนิเทศศาสตร์มหาบัณฑิต เดินจับมือลงรถเมล์ไปกับชายต่างชาติ "แขกขาว" และหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

ล่าสุดพบเป็นศพอยู่ในป่าร้างห่างจากป้ายรถเมล์ประมาณ500เมตร ร่างกายถูกห่อด้วยกระสอบข้าวสารเปลือยทั้งตัวไม่พบบาดแผลอื่นๆบริเวณร่างกายอาจเป็นยาป้ายประเภทใหม่ที่กำลังเป็นข่าวดังในต่างประเทศ นิยมใช้ในกลุ่ม "แขกขาว" ยาออกฤทธิ์ทันทีหลังจากนั้นจะไม่รับรู้อะไรอีกเลย เป็นภัยอันตรายรูปแบบใหม่ ที่น่ากลัวที่สุดในขณะนี้

จากการตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงพบถุงยางอนามัย5ชิ้นใช้งานแล้ว คาดว่าถูกข่มขืนไม่ต่ำกว่า2คน และร่างกายผู้เสียชีวิตพบคราบอสุจิติดอยู่ ทางเจ้าหน้าที่ได้นำศพไปตรวจพิสูจน์อีกครั้ง

มีผู้หวังดีแจ้งเข้ามาว่า น้ำยานี้มีชื่อเรียกว่า"กวายกวายสุ่ย" ใช้ครั้งละไม่กี่หยด เมื่อหลังจากดื่มน้ำนี่แล้ว เราจะมีอาการ ควบคุมสติตัวเองไม่ได้  เชื่อฟังคำสั่ง ของผู้อื่นทุกคำ ถามอะไรตอบอะไร เมื่อคืนสติแล้ว ก็ไม่สามารถรู้ได้ เคยมีอะไรเกิดขึ้น กำลังของยาชนิดนี้ ได้ยาวนานประมาณ 2 ชั่วโมง ใช้หยดใส่น้ำชา เหล้า เบียร์ หรือน้ำเปล่า เพราะสารเคมีนี้ ไม่มีสีและกลิ่น ทำให้พวกเรา ไม่สามารถรู้ได้ ว่าในเครื่องดื่มนี้ ได้ผสมสารเคมีแล้ว โปรดส่งต่อให้ผู้มีลูกสาวได้อ่านและให้รู้ว่าหากจำเป็นต้องออกห่างแก้วน้ำ เดิมที่เคยดื่มเมื่อกลับเข้ามาจงอย่าดื่มแก้วเดิม เพื่อความปลอดภัยสำหรับตัวเองให้เปลี่ยนแก้วใหม่ทันที รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี。

กู้เพื่อสร้างทางรถไฟสายใต้สมัย ร.5!!!

ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์
30 พฤษภาคม เวลา 16:59 น. · 
กู้เพื่อสร้างทางรถไฟสายใต้สมัย ร.5!!!
การสร้างรถไฟตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เรื่อยมาในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ใช้การกู้เงินจากประเทศมหาอำนาจอังกฤษหลายครั้งหลายก้อน ครั้งละเป็นล้านปอนด์ขึ้น
แต่ครั้งที่กู้เงินอังกฤษมากที่สุด คือ 4,630,000 ปอนด์นั้น เพื่อสร้างทางรถไฟสายใต้ เพื่อกลไกทางการเมืองของอำนาจรัฐส่วนกลางกรุงเทพฯ
การที่รัฐบาลรัชกาลที่ 5 ได้กู้เงินก้อนใหญ่ก้อนนี้ มาจากการทำสนธิสัญญากับอังกฤษ 10 มีนาคม 1909/2451(/2) ที่ยินดีตกลงให้เขตแดนสี่รัฐมลายู ไทรบุรี กลันตรัง ตรังกานู ปะลิส เป็นดินแดนอาณานิคมของอังกฤษ (มาเลเซียวันนี้) สยามไทยไม่เกี่ยวด้วยอีกต่อไป
เงินกู้ก้อนนี้ ใช้หนี้คืนให้อังกฤษหมดในปี 2492 หรืออีก 41 ปีต่อมาหลังการกู้เงิน
ที่มา: ประเสริฐ ปัทมะสุคนธ์. รัฐสภาไทย. 2517. หน้า 853.
สนธิสัญญาสยามกับอังกฤษ 10 มีนาคม 1909.
Believe it or not?
บันทึกไว้ Mon.จ. 30 Mayพฤษภา 2016/2559 ชั่วโมงที่ 7 ของวันที่ lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll l/61 220714 Cllll lllll70/Rubber Stamp C lllll lllll lllll lll…
เงื่อนไขของเงินกู้ประการหนึ่งคือทางรถไฟสายใต้ที่จะสร้างต้องมีขนาดทาง 1 เมตร (meter gauge) เท่ากับทางรถไฟในมลายาของอังกฤษ. ขนาดทางนี้ต่างจากทางรถไฟหลวงที่อยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา (สายเหนือ สายอีสาน สายตะวันออก) ซึ่งเป็นทางขนาด 1.435 เมตร (standard gauge) ที่สร้างมาก่อน. ในภายหลังเมื่อมีการสร้างสะพานพระราม ๖ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเชื่อมทางรถไฟหลวงสายใต้กับสายอื่นๆ จึงได้มีการเปลี่ยนขนาดทางรถไฟให้เป็น 1 เมตรเหมือนกันทั่วประเทศ.

ขออธิบายให้กระจ่างเพราะ ที่เขียนมานี่ออกจะรวบรัดไปหน่อย ผิดไปจากข้อเท็จจริงที่กระผมทราบ ในตอนแรก (ราวๆ ปี 2451) ตอนที่เราจะเสีย 4 รัฐมลายูนั้น เราก็เสนอข้อแลกเปลี่ยน คือ เงินกู้ 4 ล้านปอนด์สเตอริง สมัยที่ยังเป็นเหรียญปอนด์ทองคำหนักเหรียญละเกือบ 8 กรัม ที่ตอนนั้นแลกได้ 13 บาท โดยมีเงื่อนไขว่า 1. ห้ามกู้เกินปี ละ 750000 ปอนด์ 2. ต้องให้คนอังกฤษ เป็นเจ้ากรมคุมการก่อสร้าง ทางรถไฟสายใต้ 3. ต้องพร้อมให้เจ้าหน้าที่ จาก FMSR (กรมรถไฟมลายู) ตรวจพินิจได้ทุกเวลา ซึ่งงานนี้ ต้องขนรางและอุปกรณ์ไป เริ่มสร้างที่ กันตัง สงขลา และ ท่าข้าม แต่ต่อมาในปี 2457 พบว่าเงิน 4 ล้านปอนด์นั้นพอแค่การสร้างทางไปปาดังเบซาร์แต่ไม่พอสร้างทางไปสุไหงโกลก ทำให้ต้องกู้เพิ่มอีก 750000 ปอนด์ พอสร้างทางเชื่อมทางรถไฟหลวงได้สำเร็จที่ชุมพรเมื่อปี 2459 ถึงปาดังเบซาร์ปี 2461 และ ถึงสุไหงโกลก ปี 2464 พบว่ายังเหลืออีก 120000 ปอนด์ก็เลยคืนเงิน 120000 ปอนด์กลับไป

กู้เพื่อสร้างทางรถไฟสายใต้สมัย ร.5!!!

ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์
30 พฤษภาคม เวลา 16:59 น. · 
กู้เพื่อสร้างทางรถไฟสายใต้สมัย ร.5!!!
การสร้างรถไฟตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เรื่อยมาในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ใช้การกู้เงินจากประเทศมหาอำนาจอังกฤษหลายครั้งหลายก้อน ครั้งละเป็นล้านปอนด์ขึ้น
แต่ครั้งที่กู้เงินอังกฤษมากที่สุด คือ 4,630,000 ปอนด์นั้น เพื่อสร้างทางรถไฟสายใต้ เพื่อกลไกทางการเมืองของอำนาจรัฐส่วนกลางกรุงเทพฯ
การที่รัฐบาลรัชกาลที่ 5 ได้กู้เงินก้อนใหญ่ก้อนนี้ มาจากการทำสนธิสัญญากับอังกฤษ 10 มีนาคม 1909/2451(/2) ที่ยินดีตกลงให้เขตแดนสี่รัฐมลายู ไทรบุรี กลันตรัง ตรังกานู ปะลิส เป็นดินแดนอาณานิคมของอังกฤษ (มาเลเซียวันนี้) สยามไทยไม่เกี่ยวด้วยอีกต่อไป
เงินกู้ก้อนนี้ ใช้หนี้คืนให้อังกฤษหมดในปี 2492 หรืออีก 41 ปีต่อมาหลังการกู้เงิน
ที่มา: ประเสริฐ ปัทมะสุคนธ์. รัฐสภาไทย. 2517. หน้า 853.
สนธิสัญญาสยามกับอังกฤษ 10 มีนาคม 1909.
Believe it or not?
บันทึกไว้ Mon.จ. 30 Mayพฤษภา 2016/2559 ชั่วโมงที่ 7 ของวันที่ lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll l/61 220714 Cllll lllll70/Rubber Stamp C lllll lllll lllll lll…
เงื่อนไขของเงินกู้ประการหนึ่งคือทางรถไฟสายใต้ที่จะสร้างต้องมีขนาดทาง 1 เมตร (meter gauge) เท่ากับทางรถไฟในมลายาของอังกฤษ. ขนาดทางนี้ต่างจากทางรถไฟหลวงที่อยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา (สายเหนือ สายอีสาน สายตะวันออก) ซึ่งเป็นทางขนาด 1.435 เมตร (standard gauge) ที่สร้างมาก่อน. ในภายหลังเมื่อมีการสร้างสะพานพระราม ๖ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเชื่อมทางรถไฟหลวงสายใต้กับสายอื่นๆ จึงได้มีการเปลี่ยนขนาดทางรถไฟให้เป็น 1 เมตรเหมือนกันทั่วประเทศ.

ขออธิบายให้กระจ่างเพราะ ที่เขียนมานี่ออกจะรวบรัดไปหน่อย ผิดไปจากข้อเท็จจริงที่กระผมทราบ ในตอนแรก (ราวๆ ปี 2451) ตอนที่เราจะเสีย 4 รัฐมลายูนั้น เราก็เสนอข้อแลกเปลี่ยน คือ เงินกู้ 4 ล้านปอนด์สเตอริง สมัยที่ยังเป็นเหรียญปอนด์ทองคำหนักเหรียญละเกือบ 8 กรัม ที่ตอนนั้นแลกได้ 13 บาท โดยมีเงื่อนไขว่า 1. ห้ามกู้เกินปี ละ 750000 ปอนด์ 2. ต้องให้คนอังกฤษ เป็นเจ้ากรมคุมการก่อสร้าง ทางรถไฟสายใต้ 3. ต้องพร้อมให้เจ้าหน้าที่ จาก FMSR (กรมรถไฟมลายู) ตรวจพินิจได้ทุกเวลา ซึ่งงานนี้ ต้องขนรางและอุปกรณ์ไป เริ่มสร้างที่ กันตัง สงขลา และ ท่าข้าม แต่ต่อมาในปี 2457 พบว่าเงิน 4 ล้านปอนด์นั้นพอแค่การสร้างทางไปปาดังเบซาร์แต่ไม่พอสร้างทางไปสุไหงโกลก ทำให้ต้องกู้เพิ่มอีก 750000 ปอนด์ พอสร้างทางเชื่อมทางรถไฟหลวงได้สำเร็จที่ชุมพรเมื่อปี 2459 ถึงปาดังเบซาร์ปี 2461 และ ถึงสุไหงโกลก ปี 2464 พบว่ายังเหลืออีก 120000 ปอนด์ก็เลยคืนเงิน 120000 ปอนด์กลับไป

Thailand vs Jordan 5/6/2016 Friendly Match



Download