Friday, May 20, 2016

ไอ้ตูบ ประยุทธ์ ตอแหล เศรษฐกิจถือว่าเป็นขึ้นสูงสุดในรอบ 3 ปี

ไอ้ตูบ ประยุทธ์ กล่าวถึงภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันว่า มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง อัตราการเติบโตเฉพาะไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 3.2% ถือว่าขึ้นสูงสุดในรอบ 3 ปี โว..ทั้งที่เศรษฐกิจโลกก็ยังมีปัญหา 
-

ทั้งเห่าหอน ตามประสาหมาจรจัด ว่า ถ้าย้อนกลับไปช่วงก่อนที่ ทรราช  คสช.เข้ามายึดอำนาจ ทำรัฐประหาร ยังเป็นอัตราติดลบอยู่  ทั้งมโน แสดงว่า รัฐบาลทรราช คสช.กำลังแก้ปัญหาได้ค่อนข้างจะถูกวิธีแล้ว 
-

ไอ้ตูบ ยังโกหก ตอแหล ต่ออีกว่า ถือว่าเป็นข่าวดี โดยเชื่อว่ากลไกประชารัฐเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน เรื่องนี้ตนเป็นคนสั่งให้เกิดขึ้นมาเอง ทั้งนี้ ภาคธุรกิจขนาดใหญ่ โดยเฉพาะธุรกิจข้ามชาติที่คนมองว่าเอื้อประโยชน์ ซึ่งมันเป็นเรื่องของอดีตที่ผ่านมาก็ว่าไป 
-

วันนี้ต้องนำเขากลับมาเพื่อจะส่งเสริมภาคประชาชนให้ได้ เอาเอกชนนักธุรกิจเข้ามาจัดคณะทำงานแล้วก็มาขับเคลื่อนจะเห็นได้ว่าวันนี้มีการจัดตั้ง บริษัทประชารัฐส่วนกลาง และส่วนประจำพื้นที่ ปีนี้ต้องมีครบทุกจังหวัด เพื่อเป็นช่องทางทางการตลาด แล้วก็การสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชน แต่ช่วงแรกนี้ภาคธุรกิจเอกชนก็จะมาช่วยให้บริหารในระยะแรกแล้วก็การลงทุนจะเป็นของภาคประชาชน ในสัดส่วนที่เหมาะสม และวันหน้าก็จะถอนตัวออกไป อย่าไปกลัวว่าเขาจะมารวบรวมผลประโยชน์ของประชาชน มาหลอกกันอีก ซึ่งเขาทำไม่ได้ เพราะตนไม่ให้ทำ  ไอ้ตูบเห่า
-

หากเรามาย้อยดู ความฉิบหาย ที่ ทรราช คสช. ได้สร้างไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ค่าดำเนินการ หรือค่าที่ปรึกษา ในการซื้ออาวุธ สงคราม จาก รัฐเซีย หรือ รถถังจากจีน ก็ล้วนแล้วแต่ เป็นการโกงชาติ และถือว่าเป็นการ คอรัปชั้น อย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ยังอดยาก อยากจน และไร้ซึ่ง หลักสวัสดิการสังคม ที่ พึงจะได้รับ
-

การโหกหตอแหลของ ไอ้ตูบ ดูเหมือนจะสร้างลอยด่างใว้ให้กับ กองทัพ บก  อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และชาติจะถึงจารึก ความระยำของ ทรราช คสช. อีกนานเท่านาน ถึงแม้ว่า จะมีการปิดกั้น ในข้อมูลข่าวสาร ในการตรวจสอบ แต่ ก็เป็นที่รู้วันว่า ราคาที่ ไอ้ตูบจัดซื้ออาวุธ ด้วยข้ออ้างว่า เรายังผลิตเองไม่ได้ นั้น แพงกว่าท้องตลาดถึง 187 % 
-

หันมามอง ภาวะเศรษฐกิจ ต่ำดิ่งอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ในรอบ 50 ปี 
-

เรื่องการบริหารเศรษฐกิจของทรราช คสช.เรียกได้ว่า มีอำนาจ และโอกาสในการใช้อำนาจนั้น สร้างสรรค์สิ่งดีงามให้กับประเทศไทย แต่เอาเข้าจริง บริหารแบบ หมาไม่แดก 
-

รัฐบาลทรราช คสช. ใช้เสียงข้างมากในสภาที่มีพฤติกรรมเผด็จการรัฐสภา ใช้อำนาจบาตรใหญ่แก้ไขกฎเกณฑ์ จ้องแก้กฎหมาย แล้วออกนโยบายมาทำลายโครงสร้างเศรษฐกิจหลายๆ เรื่องจนล้มเหลวไม่เป็นท่า
-

ทรราช คสช.ฝ่ายเศรษฐกิจ  มีการออกประกาศฉบับที่ 75/2557 ตั้ง"คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ" หรือ SUPER BOARD ที่จะเข้ามาทำหน้าที่กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจไทยทั้ง 56 แห่ง เรื่องนี้รัฐบาลพรรคผสมสามารถทำได้แต่เป็นไปได้ยาก เพราะมีอุปสรรคในการฝ่า"ด่านการเมือง" จนอาจทำให้ความยากนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย 

   -             
หลายๆอย่างที่ซูเปอร์บอร์ด(บอด)สามารถทำได้เมื่อมีการแต่งตั้งแล้วคือ การมีหลักการบริหารวางรากฐานให้ดี ทบทวนบทบาท"ทุกรัฐวิสาหกิจ" เพราะหลายรัฐวิสาหกิจตั้งขึ้นด้วยพรบ.ที่ล้าสมัย หลายแห่งไม่จำเป็นต้องมีอีกต่อไปแล้ว หลายแห่งต้องปฏิรูป หลายแห่งควรเป็นผู้แข่งขันเต็มตัวกับเอกชน ทั้งนี้ขึ้นกับบทบาทของแต่ละรัฐวิสาหกิจต่อการบริการประชาชน และหลายแห่งไม่ได้มุ่งทำงานตามพันธกิจขององค์กร เอาง่ายๆ ธอส.เน้นสงเคราะห์เรื่องอาคารบ้านเรือนให้ประชาชนจริงหรือไม่ ธนาคารSMEs เน้นให้บริการธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อมจริงหรือไม่ เหล่านี้ต้องยกเครื่อง

     -           
ประเด็นถัดมาทรราช  คสช.สามารถทำได้เลย แต่เท่าที่ดูมีแนวโน้มว่า จะเกิดขึ้นได้ยากเย็นทีเดียว นั่นคือการปรับ "เพิ่มภาษีนิติบุคคล"
-

อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญที่สุดเพื่อการคืนความสุขให้คนไทยใน "ระยะยาว" นั้นทรราช คสช.จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดการให้มีการเริ่มดำเนินการให้ "กองทุนการออมแห่งชาติ" เริ่มต้นอย่างจริงจังเป็นรูปธรรมเสียที หากแต่ความจริง ทรราช คสช. กลับ มุ่งแสวงหาผลประโยนช์ในคณะตน และ พวกเท่านั้น โดย ปล่อยวาง ประชาชน ที่เป็นคน ส่วนใหญ่ของประเทศ จนหมดสิ้น และใช้ถ้อยคำดูถูก ประชาชนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตลอด 2 ปี

   -             
หลายๆ เรื่องต้องยอมรับว่า ประเทศไทยของเราไม่สามารถบริหารงานแผ่นดินแบบเดิมๆ ได้การยกเครื่องเป็นเรื่องสำคัญ ย้ำอีกครั้งว่าไหนๆ ทรราช คสช.มีอำนาจเต็มในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ในการบริหารงานเศรษฐกิจให้คนไทยแล้ว อย่าเอาแต่เรื่องครอบครัวของ ๕ณะ ทรราช คสช เท่านั้น  แล้วเอาความสุขให้กลับคืนสู่คนไทยอย่างแท้จริง ไม่ใช่ เอาแต่เงินและยศถาบรรดาศักดิ์ ในกลุ่มก้อนของ ทรราช คสช.เท่านั้น 
-

มาวันนี้ไอ้ตูบ  ยังโกหก ตอแหลหน้าตายอีกว่าเศรษฐกิจดี  แล้วอย่างนี้ ประชาชน ทั้งประเทศจะทนให้ทรราช คสช. กดขี่และข่มเห่งต่อไปได้อย่างไร 

-
เสรีชน


ไอ้ตูบ ประยุทธ์ ตอแหล เศรษฐกิจถือว่าเป็นขึ้นสูงสุดในรอบ 3 ปี

ไอ้ตูบ ประยุทธ์ กล่าวถึงภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันว่า มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง อัตราการเติบโตเฉพาะไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 3.2% ถือว่าขึ้นสูงสุดในรอบ 3 ปี โว..ทั้งที่เศรษฐกิจโลกก็ยังมีปัญหา 
-

ทั้งเห่าหอน ตามประสาหมาจรจัด ว่า ถ้าย้อนกลับไปช่วงก่อนที่ ทรราช  คสช.เข้ามายึดอำนาจ ทำรัฐประหาร ยังเป็นอัตราติดลบอยู่  ทั้งมโน แสดงว่า รัฐบาลทรราช คสช.กำลังแก้ปัญหาได้ค่อนข้างจะถูกวิธีแล้ว 
-

ไอ้ตูบ ยังโกหก ตอแหล ต่ออีกว่า ถือว่าเป็นข่าวดี โดยเชื่อว่ากลไกประชารัฐเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน เรื่องนี้ตนเป็นคนสั่งให้เกิดขึ้นมาเอง ทั้งนี้ ภาคธุรกิจขนาดใหญ่ โดยเฉพาะธุรกิจข้ามชาติที่คนมองว่าเอื้อประโยชน์ ซึ่งมันเป็นเรื่องของอดีตที่ผ่านมาก็ว่าไป 
-

วันนี้ต้องนำเขากลับมาเพื่อจะส่งเสริมภาคประชาชนให้ได้ เอาเอกชนนักธุรกิจเข้ามาจัดคณะทำงานแล้วก็มาขับเคลื่อนจะเห็นได้ว่าวันนี้มีการจัดตั้ง บริษัทประชารัฐส่วนกลาง และส่วนประจำพื้นที่ ปีนี้ต้องมีครบทุกจังหวัด เพื่อเป็นช่องทางทางการตลาด แล้วก็การสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชน แต่ช่วงแรกนี้ภาคธุรกิจเอกชนก็จะมาช่วยให้บริหารในระยะแรกแล้วก็การลงทุนจะเป็นของภาคประชาชน ในสัดส่วนที่เหมาะสม และวันหน้าก็จะถอนตัวออกไป อย่าไปกลัวว่าเขาจะมารวบรวมผลประโยชน์ของประชาชน มาหลอกกันอีก ซึ่งเขาทำไม่ได้ เพราะตนไม่ให้ทำ  ไอ้ตูบเห่า
-

หากเรามาย้อยดู ความฉิบหาย ที่ ทรราช คสช. ได้สร้างไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ค่าดำเนินการ หรือค่าที่ปรึกษา ในการซื้ออาวุธ สงคราม จาก รัฐเซีย หรือ รถถังจากจีน ก็ล้วนแล้วแต่ เป็นการโกงชาติ และถือว่าเป็นการ คอรัปชั้น อย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ยังอดยาก อยากจน และไร้ซึ่ง หลักสวัสดิการสังคม ที่ พึงจะได้รับ
-

การโหกหตอแหลของ ไอ้ตูบ ดูเหมือนจะสร้างลอยด่างใว้ให้กับ กองทัพ บก  อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และชาติจะถึงจารึก ความระยำของ ทรราช คสช. อีกนานเท่านาน ถึงแม้ว่า จะมีการปิดกั้น ในข้อมูลข่าวสาร ในการตรวจสอบ แต่ ก็เป็นที่รู้วันว่า ราคาที่ ไอ้ตูบจัดซื้ออาวุธ ด้วยข้ออ้างว่า เรายังผลิตเองไม่ได้ นั้น แพงกว่าท้องตลาดถึง 187 % 
-

หันมามอง ภาวะเศรษฐกิจ ต่ำดิ่งอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ในรอบ 50 ปี 
-

เรื่องการบริหารเศรษฐกิจของทรราช คสช.เรียกได้ว่า มีอำนาจ และโอกาสในการใช้อำนาจนั้น สร้างสรรค์สิ่งดีงามให้กับประเทศไทย แต่เอาเข้าจริง บริหารแบบ หมาไม่แดก 
-

รัฐบาลทรราช คสช. ใช้เสียงข้างมากในสภาที่มีพฤติกรรมเผด็จการรัฐสภา ใช้อำนาจบาตรใหญ่แก้ไขกฎเกณฑ์ จ้องแก้กฎหมาย แล้วออกนโยบายมาทำลายโครงสร้างเศรษฐกิจหลายๆ เรื่องจนล้มเหลวไม่เป็นท่า
-

ทรราช คสช.ฝ่ายเศรษฐกิจ  มีการออกประกาศฉบับที่ 75/2557 ตั้ง"คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ" หรือ SUPER BOARD ที่จะเข้ามาทำหน้าที่กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจไทยทั้ง 56 แห่ง เรื่องนี้รัฐบาลพรรคผสมสามารถทำได้แต่เป็นไปได้ยาก เพราะมีอุปสรรคในการฝ่า"ด่านการเมือง" จนอาจทำให้ความยากนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย 

   -             
หลายๆอย่างที่ซูเปอร์บอร์ด(บอด)สามารถทำได้เมื่อมีการแต่งตั้งแล้วคือ การมีหลักการบริหารวางรากฐานให้ดี ทบทวนบทบาท"ทุกรัฐวิสาหกิจ" เพราะหลายรัฐวิสาหกิจตั้งขึ้นด้วยพรบ.ที่ล้าสมัย หลายแห่งไม่จำเป็นต้องมีอีกต่อไปแล้ว หลายแห่งต้องปฏิรูป หลายแห่งควรเป็นผู้แข่งขันเต็มตัวกับเอกชน ทั้งนี้ขึ้นกับบทบาทของแต่ละรัฐวิสาหกิจต่อการบริการประชาชน และหลายแห่งไม่ได้มุ่งทำงานตามพันธกิจขององค์กร เอาง่ายๆ ธอส.เน้นสงเคราะห์เรื่องอาคารบ้านเรือนให้ประชาชนจริงหรือไม่ ธนาคารSMEs เน้นให้บริการธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อมจริงหรือไม่ เหล่านี้ต้องยกเครื่อง

     -           
ประเด็นถัดมาทรราช  คสช.สามารถทำได้เลย แต่เท่าที่ดูมีแนวโน้มว่า จะเกิดขึ้นได้ยากเย็นทีเดียว นั่นคือการปรับ "เพิ่มภาษีนิติบุคคล"
-

อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญที่สุดเพื่อการคืนความสุขให้คนไทยใน "ระยะยาว" นั้นทรราช คสช.จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดการให้มีการเริ่มดำเนินการให้ "กองทุนการออมแห่งชาติ" เริ่มต้นอย่างจริงจังเป็นรูปธรรมเสียที หากแต่ความจริง ทรราช คสช. กลับ มุ่งแสวงหาผลประโยนช์ในคณะตน และ พวกเท่านั้น โดย ปล่อยวาง ประชาชน ที่เป็นคน ส่วนใหญ่ของประเทศ จนหมดสิ้น และใช้ถ้อยคำดูถูก ประชาชนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตลอด 2 ปี

   -             
หลายๆ เรื่องต้องยอมรับว่า ประเทศไทยของเราไม่สามารถบริหารงานแผ่นดินแบบเดิมๆ ได้การยกเครื่องเป็นเรื่องสำคัญ ย้ำอีกครั้งว่าไหนๆ ทรราช คสช.มีอำนาจเต็มในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ในการบริหารงานเศรษฐกิจให้คนไทยแล้ว อย่าเอาแต่เรื่องครอบครัวของ ๕ณะ ทรราช คสช เท่านั้น  แล้วเอาความสุขให้กลับคืนสู่คนไทยอย่างแท้จริง ไม่ใช่ เอาแต่เงินและยศถาบรรดาศักดิ์ ในกลุ่มก้อนของ ทรราช คสช.เท่านั้น 
-

มาวันนี้ไอ้ตูบ  ยังโกหก ตอแหลหน้าตายอีกว่าเศรษฐกิจดี  แล้วอย่างนี้ ประชาชน ทั้งประเทศจะทนให้ทรราช คสช. กดขี่และข่มเห่งต่อไปได้อย่างไร 

-
เสรีชน


บีบีซีไทยคุยกับสามนักกิจกรรมทางการเมืองเนื่องในวาระครบรอบ 2 ปีรัฐประหาร ...



Download

บีบีซีไทยคุยกับสามนักกิจกรรมทางการเมืองเนื่องในวาระครบรอบ 2 ปีรัฐประหาร ...



Download

ผู้ต้องหาสังหารหมู่ คนเสื้อแดง 53 ใคร อยู่ตรงไหนในปัจจุบัน???


หลังการสลายชุมนุม นปช คนเสื้อแดง 53 และ'กลุ่มฆาตกรที่ยังลอยนวล' ใครอยู่ตรงไหนในปัจจุบัน...
.
จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อ 6 ปีที่แล้ว VoiceTV นำเส้นทางชีวิตของบุคคลที่มีบทบาทหลักในช่วงเวลาดังกล่าวมานำเสนอ จากวันนั้นถึงวันนี้พวกเขาอยู่ตรงไหนกันบ้าง
.

เมื่อ 6 ปีที่แล้ว รัฐบาลในขณะนั้น มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นนายกรัฐมนตรี ผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ยุบสภา และจัดการเลือกตั้งใหม่ เพราะเป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่เขาไม่ได้ทำตามข้อเรียกร้อง และใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีขอคืนพื้นที่จากผู้ชุมนุมจนมีผู้เสียชีวิต 94 ราย บาดเจ็บกว่า 1,500 คน
.
หลังสลายการชุมนุม นายอภิสิทธิ์ยังคงดำรงนายกรัฐมนตรี จนถึงวันที่ 5 สิงหาคม 2554 หรือหลังสลายการชุมนุมนานกว่า 1 ปี ปีเดียวกัน พรรคประชาธิปัตย์แพ้การเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์เคยเข้าให้กำลังใจกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ในปี 2557 และปัจจุบันเขายังคงเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ฆาตกรที่ยังลอยนวล)
.

หนึ่งในกลไกสำคัญในช่วง 6 ปีที่แล้วคือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ขณะนั้นเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) หลังแพ้การเลือกตั้งในปี 2554 2 ปีต่อมานายสุเทพลาออกจากการเป็น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นแกนนำกลุ่ม กปปส. เต็มตัว คัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม และขัดขวางการเลือกตั้งในปี 2557 จากนั้นจึงบวชเป็นพระที่วัดสวนโมกข์ และก่อตั้งมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ และเป็นประธานในปี 2558 (ฆาตกรที่ยังลอยนวล)
.

ในปฏิบัติการนี้ทหารเป็นกำลังหลัก พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด เป็นโฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) และโฆษก ศอฉ. หลังรัฐประหาร ได้เลื่อนยศเป็นพลตรีและเป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปีถัดมาได้รับแต่งตั้งเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ฆาตกรที่ยังลอยนวล)
.

พลโทดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณนั้น เป็นเลขาธิการ กอ.รมน. เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขาฯ ศอฉ. เป็นรองเสนาธิการทหารบก ได้รับความสนใจจากคำแถลงในปฎิบัติการต่าง ๆ ในช่วงการชุมนุมของคนเสื้อแดง โดยเฉพาะการแถลงข่าวหลังปฎิบัติการขอคืนพื้นที่ที่ระบุว่าใช้ยุทธวิถีแบบสนามรบ เดือนตุลาคม 2553 ได้เลื่อนยศเป็นพลเอก และตำแหน่งเสนาธิการทหารบก ปีถัดมาขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการทหารบก หลังรัฐประหารได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเป็นรัฐมนตรีศึกษาธิการถึงปัจจุบัน (ฆาตกรที่ยังลอยนวล)
.

ขณะที่พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น และเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการคณะกรรมการ ศอฉ. เขาเป็น 1 ใน 3 คนร่วมกับนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ที่แกนนำนปช. ขอให้ป.ป.ช.ทบทวนมติถอดถอนคำกล่าวหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ สั่งใช้กำลังทหาร ตำรวจ และข้าราชการพลเรือนเข้าสลายการชุมนุม หลังรัฐประหาร พลเอกอนุพงษ์ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองประธานที่ปรึกษา คสช. และเป็นรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยจนถึงปัจจุบัน (ฆาตกรที่ยังลอยนวล)
.

ส่วน หัวโจรกบฏ ประยุทธ์ จันทร์โอชานั้น ภายหลังสลายการชุมนุม ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการทหารบกต่อจากพลเอกอนุพงษ์ ที่เกษียณอายุราชการ ซึ่งเป็นช่วงเวลาไล่เลี่ยกับการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. 22 พฤษภาคม 2557 พลเอกประยุทธ์เป็นผู้นำในทำการรัฐประหาร ปัจจุบันเป็นนายกรัฐมนตรีเถื่อน หัวหน้ากบฏ คสช. และควบตำแหน่งต่างๆ อีก 14 ตำแหน่งครอบคลุมงานด้านสังคม และเศรษฐกิจหลายด้าน (ฆาตกรที่ยังลอยนวล)
.

ขณะที่ฝ่ายพลเรือน นายจุตพร พรหมพันธุ์ เป็นแกนนำเสื้อแดง นปช. หลังประกาศยุติการชุมนุม เขาและแกนนำนปช. 5 คน เข้ามอบตัวกับที่สำนักงานตำรวจ แห่งชาติ และถูกคุมตัวไปค่ายนเรศวร จังหวัดเพชรบุรี หลังการเลือกตั้งปี 2554 ได้รับเลือกเป็น ส.ส. พรรคเพื่อไทย ปี 2557 รับตำแหน่งประธานนปช. จนถึงปัจจุบัน ขณะนี้เขาและแกนนำนปช. อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีก่อการร้ายจากการชุมนุม
.

เช่นเดียวกับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำหลักของคนเสื้อแดง นปช. หลังพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งปี 2554 ได้เป็นรัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปีถัดมาเป็นรัฐมนตรีช่วยกระทรวงพาณิชย์ ส่วนปี 2557 เป็นเลขาธิการ นปช.จนถึงปัจจุบัน.....
— with Red Thai V2.

ผู้ต้องหาสังหารหมู่ คนเสื้อแดง 53 ใคร อยู่ตรงไหนในปัจจุบัน???


หลังการสลายชุมนุม นปช คนเสื้อแดง 53 และ'กลุ่มฆาตกรที่ยังลอยนวล' ใครอยู่ตรงไหนในปัจจุบัน...
.
จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อ 6 ปีที่แล้ว VoiceTV นำเส้นทางชีวิตของบุคคลที่มีบทบาทหลักในช่วงเวลาดังกล่าวมานำเสนอ จากวันนั้นถึงวันนี้พวกเขาอยู่ตรงไหนกันบ้าง
.

เมื่อ 6 ปีที่แล้ว รัฐบาลในขณะนั้น มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นนายกรัฐมนตรี ผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ยุบสภา และจัดการเลือกตั้งใหม่ เพราะเป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่เขาไม่ได้ทำตามข้อเรียกร้อง และใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีขอคืนพื้นที่จากผู้ชุมนุมจนมีผู้เสียชีวิต 94 ราย บาดเจ็บกว่า 1,500 คน
.
หลังสลายการชุมนุม นายอภิสิทธิ์ยังคงดำรงนายกรัฐมนตรี จนถึงวันที่ 5 สิงหาคม 2554 หรือหลังสลายการชุมนุมนานกว่า 1 ปี ปีเดียวกัน พรรคประชาธิปัตย์แพ้การเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์เคยเข้าให้กำลังใจกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ในปี 2557 และปัจจุบันเขายังคงเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ฆาตกรที่ยังลอยนวล)
.

หนึ่งในกลไกสำคัญในช่วง 6 ปีที่แล้วคือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ขณะนั้นเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) หลังแพ้การเลือกตั้งในปี 2554 2 ปีต่อมานายสุเทพลาออกจากการเป็น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นแกนนำกลุ่ม กปปส. เต็มตัว คัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม และขัดขวางการเลือกตั้งในปี 2557 จากนั้นจึงบวชเป็นพระที่วัดสวนโมกข์ และก่อตั้งมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ และเป็นประธานในปี 2558 (ฆาตกรที่ยังลอยนวล)
.

ในปฏิบัติการนี้ทหารเป็นกำลังหลัก พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด เป็นโฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) และโฆษก ศอฉ. หลังรัฐประหาร ได้เลื่อนยศเป็นพลตรีและเป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปีถัดมาได้รับแต่งตั้งเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ฆาตกรที่ยังลอยนวล)
.

พลโทดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณนั้น เป็นเลขาธิการ กอ.รมน. เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขาฯ ศอฉ. เป็นรองเสนาธิการทหารบก ได้รับความสนใจจากคำแถลงในปฎิบัติการต่าง ๆ ในช่วงการชุมนุมของคนเสื้อแดง โดยเฉพาะการแถลงข่าวหลังปฎิบัติการขอคืนพื้นที่ที่ระบุว่าใช้ยุทธวิถีแบบสนามรบ เดือนตุลาคม 2553 ได้เลื่อนยศเป็นพลเอก และตำแหน่งเสนาธิการทหารบก ปีถัดมาขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการทหารบก หลังรัฐประหารได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเป็นรัฐมนตรีศึกษาธิการถึงปัจจุบัน (ฆาตกรที่ยังลอยนวล)
.

ขณะที่พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น และเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการคณะกรรมการ ศอฉ. เขาเป็น 1 ใน 3 คนร่วมกับนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ที่แกนนำนปช. ขอให้ป.ป.ช.ทบทวนมติถอดถอนคำกล่าวหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ สั่งใช้กำลังทหาร ตำรวจ และข้าราชการพลเรือนเข้าสลายการชุมนุม หลังรัฐประหาร พลเอกอนุพงษ์ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองประธานที่ปรึกษา คสช. และเป็นรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยจนถึงปัจจุบัน (ฆาตกรที่ยังลอยนวล)
.

ส่วน หัวโจรกบฏ ประยุทธ์ จันทร์โอชานั้น ภายหลังสลายการชุมนุม ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการทหารบกต่อจากพลเอกอนุพงษ์ ที่เกษียณอายุราชการ ซึ่งเป็นช่วงเวลาไล่เลี่ยกับการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. 22 พฤษภาคม 2557 พลเอกประยุทธ์เป็นผู้นำในทำการรัฐประหาร ปัจจุบันเป็นนายกรัฐมนตรีเถื่อน หัวหน้ากบฏ คสช. และควบตำแหน่งต่างๆ อีก 14 ตำแหน่งครอบคลุมงานด้านสังคม และเศรษฐกิจหลายด้าน (ฆาตกรที่ยังลอยนวล)
.

ขณะที่ฝ่ายพลเรือน นายจุตพร พรหมพันธุ์ เป็นแกนนำเสื้อแดง นปช. หลังประกาศยุติการชุมนุม เขาและแกนนำนปช. 5 คน เข้ามอบตัวกับที่สำนักงานตำรวจ แห่งชาติ และถูกคุมตัวไปค่ายนเรศวร จังหวัดเพชรบุรี หลังการเลือกตั้งปี 2554 ได้รับเลือกเป็น ส.ส. พรรคเพื่อไทย ปี 2557 รับตำแหน่งประธานนปช. จนถึงปัจจุบัน ขณะนี้เขาและแกนนำนปช. อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีก่อการร้ายจากการชุมนุม
.

เช่นเดียวกับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำหลักของคนเสื้อแดง นปช. หลังพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งปี 2554 ได้เป็นรัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปีถัดมาเป็นรัฐมนตรีช่วยกระทรวงพาณิชย์ ส่วนปี 2557 เป็นเลขาธิการ นปช.จนถึงปัจจุบัน.....
— with Red Thai V2.

ข้อเท็จจริง 10 ประการเกี่ยวกับประเทศไทยสมัยปัจจุบัน แปลจาก Ten facts about modern Thailand by Andrew MacGregor Marshall (แปลโดย Anonymous Lao)

ข้อเท็จจริง 10 ประการเกี่ยวกับประเทศไทยสมัยปัจจุบัน
แปลจาก Ten facts about modern Thailand by Andrew MacGregor Marshall
(แปลโดย Anonymous Lao)

Thai version >>> http://on.fb.me/v0tQbv
English version>>> http://on.fb.me/uAT8zz



ผมได้เขียนรีวิวหนังสือฉบับใหม่ซึ่งเขียนเกี่ยวกับกษัตริย์ของประเทศไทย ได้แก่หนังสือ "King Bhumibol Adulyadej: A Life's Work"
I'm writing a review on the new book about Thailand's king, "King Bhumibol Adulyadej: A Life's Work".


โดยส่วนหนึ่งของรีวิวนั้นผมคิดว่าคงจะเป็นประโยชน์ที่จะลำดับข้อเท็จจริงบางอย่างเกี่ยวกับประเทศไทยที่บรรดาสื่อต่างๆ ปฏิเสธที่จะกล่าวถึง ซึ่งข้อเท็จจริงต่างๆ มีดังนี้
As part of my review I thought it would be useful to make a list of facts about Thailand that the media refuses to acknowledge. Here's the list so far. More suggestions welcome:


1. กษัตริย์ภูมิพลยิงปืนสังหารกษัตริย์อานันทมหิดลพี่ชายของเขาในปีค.ศ.1946 แม้อาจเป็นไปโดยอุบัติเหตุ แต่ข้อเท็จจริงข้อนี้คือสิ่งที่พระราชวังหวาดกลัวการเปิดเผยอย่างที่สุด
1. Bhumibol shot his brother Ananda through the head, probably by accident, in 1946. This fact explains the palace's terror of the truth.


2. ราชวงศ์จักรีของไทย ไม่ได้เป็น "ที่เคารพบูชาในใจคนไทยทุกคน" อีกต่อไป มีคนไทยจำนวนมากหันหลังให้กับความศรัทธาต่อราชวงศ์
2. Thailand's monarchy is no longer "universally revered". A great many Thais have lost faith in the monarchy.


3. การต่อต้านราชวงศ์ เช่นพวก "ตาสว่าง" เป็นความเคลื่อนไหวมวลรวมที่ก่อตัวขึ้นมาแล้วอย่างน้อยสามปี
3. Anti-monarchy "taa sawang" Thais have been a mass movement in Thailand for at least 3 years.


4. กษัตริย์ภูมิพล และราชินีสิริกิติ์ หย่าร้างแยกกันอยู่มานานแล้วตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1980s และทั้งสองเก็บซ่อนความชิงชังต่อกันไว้ข้างใน
4. Bhumibol and Sirikit have been estranged since the mid-1980s. They hate each other.


5. สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ร่ำรวยขึ้นอย่างรวดเร็วและกะทันหัน (อย่างน้อย สี่หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ) แต่มูลค่ามหาศาลนี้เองคือกุญแจสู่การต่อสู้กันเพื่อช่วงชิงการสืบราชสันติวงศ์
5. The Crown Property Bureau has immense wealth (at least $40 billion) and the cash issue is a key factor in the succession battle.


6. พระบรมวงศานุวงศ์นั้นหาได้มีความเป็นเอกภาพเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และมีอย่างน้อยสามฝ่ายที่แข่งขันต่อสู้กันและยังเข้าแทรกแซงการเมืองของประเทศไทยอยู่เสมอ
6. The palace is not a unified entity but at least three competing factions who ceaselessly meddle in Thai politics.


7. ยังมีคนไทยจำนวนมากที่ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งเกี่ยวกับพระราชวงศ์ และยังมีความรู้สึกสงสารพระเจ้าอยู่หัว ด้วยเหตุนี้เมื่อใดที่กษัตริย์ภูมิพลสวรรคต เกม-โอเวอร์ แน่นอน
7. Most Thais are deeply ambivalent about the monarchy but feel sorry for Bhumibol. When he dies, game over.


8. กฏหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ(lese majeste) และความหวาดกลัวต่อความจริงทำให้ในประเทศไทยหลงเหลือแต่ชนชั้นปกครองที่สติปัญญาแคะแกร็นและไม่เพียงพออย่างยิ่ง
8. The lese majeste law and terror of the truth in Thailand have left the ruling classes intellectually stunted and inadequate.


9. การที่พระราชินีสิริกิติ์ตัดสินใจไปเป็นเจ้าภาพงานศพ "น้องโบว์" ในเดือนตุลาคมปี ค.ศ. 2008 นั้นทำให้เกิดมหัตภัยที่ก่อความพินาศครั้งร้ายแรงต่อราชวงศ์ของไทย
9. Queen Sirikit's decision to preside at Nong Bow's funeral in October 2008 was a massive self-inflicted disaster for the Thai monarchy.


10. การให้สัมภาษณ์อย่างโอเวอร์เกินจริงของเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ในรายการของนายวู้ดดี้ปีนี้(ค.ศ.2011) เป็นอีกความพินาศที่ส่งครั้งใหญ่ผลต่อราชวงศ์เช่นกัน
10. Chulabhorn's surreal interview with Woody this year was another massive disaster for the Thai monarchy.