มหาวิทยาลัยประชาชน เพื่อการปฏิวัติประชาชนโดยสันติ Truths :: Peace :: Revolution :: Universal Human Rights :: Democracy (TPRUD)
Wednesday, September 23, 2015
ดร.เพียงดิน รักไทย 2014-10-28 ตอน สู่เส้นทางปฏิวัติ (ของจริง) สรุปบทเรียนและกำหนดเส้นทาง
ดร.เพียงดิน รักไทย 2014-10-28 ตอน สู่เส้นทางปฏิวัติ (ของจริง) สรุปบทเรียนและกำหนดเส้นทาง
Tuesday, September 22, 2015
สงกรานต์ กระจ่างเนตร แนะนำประยุทธ์ เรื่องไปอยู่ที่ยูเอ็น
คุณสงกรานต์เริ่มต้นด้วยการอวยพรให้นายกฯและคณะโชคดี ก่อนที่จะบอกว่านายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย ต้องเตรียมพร้อมพลเอกประยุทธ์อย่างรัดกุม ว่าควรจะต้องปรับทัศนคติของตัวเองให้มีเหตุมีผลมากขึ้น ในการพูดจาในประเทศเสรีประชาธิปไตย ที่นักข่าวถูกฝึกมาเหมือนกับสุนัขตำรวจให้พร้อมจะกัดไม่ปล่อย หากเจอวาทะปกปิดหลอกลวง หรือไม่มีเหตุมีผลเพียงพอ
คุณสงกรานต์ยังให้คำแนะนำแก่พลเอกประยุทธ์ถึง 3 ข้อ ในการเอาตัวรอดจากการปรากฏตัวในเวทียูเอ็นครั้งนี้ นั่นก็คือ
1. ไม่ควรปฏิเสธว่าไทยไม่ได้ปกครองด้วยเผด็จการทหารอย่างที่รัฐมนตรีดอนทำในการสัมภาษณ์หลายครั้งที่ผ่านมา เพราะการจับกุมนักศึกษาที่เดินขบวนอย่างสงบ และการคุมขังนักข่าวที่แสดงความเห็นผ่านทวิตเตอร์ บ่งบอกว่าไทยไม่ได้แค่ไม่มีประชาธิปไตยเท่านั้น แต่ยังปราศจากหลักนิติรัฐด้วย
2. การที่นายกฯระเบิดอารมณ์หรือแสดงกิริยาไม่เหมาะสมใส่สื่อต่างประเทศ จะไม่ถูกมองเป็นเรื่องตลกขำขันเหมือนที่ทำกับสื่อไทยแน่นอน เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในกรณีที่รัฐมนตรีต่างประเทศคนก่อน พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ไปเล่นมุขสารภาพรักกับรัฐมนตรีต่างประเทศจีน จนเป็นเรื่องฮือฮากันทั้งโลก คุณสงกรานต์แนะนำว่าถ้านายกฯหรือรัฐมนตรีดอนจะสารภาพรักก็ขอให้บอกรักประเทศชาติและในหลวงจะดีกว่า
3. เมื่อนายกฯได้มีโอกาสไปนิวยอร์กแล้ว ก็ควรไปเยือนสถานที่ที่คุณสงกรานต์เคยมีโอกาสไปศึกษา นั่นก็คือมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เพื่อซึมซับบรรยากาศในที่ที่ไม่มีการละเมิดเสรีภาพทางวิชาการ และส่งเสริมความคิดเห็นที่แตกต่าง เพื่อการแลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์ และลองเรียกหนึ่งในศาสตราจารย์ของโคลัมเบียมา "ปรับทัศนคติ" ดู จะได้รู้ว่าพวกเขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร
คุณสงกรานต์ปิดท้ายว่าตนเองรักชาติ และเชื่อว่าพลเอกประยุทธ์ก็รักชาติเช่นเดียวกัน แม้จะมีความเห็นสวนทางกันว่าประเทศควรเดินหน้าไปในทิศทางใด โดยคุณสงกรานต์มองว่าประเทศจะต้องเดินหน้าไปภายใต้การรับฟังความเห็นของประชาชน ไม่ใช่ปราบปรามกดขี่ และต้องปฏิรูปทัศนคติแบบไทยๆ สร้างสังคมที่เปิดกว้าง ให้โอกาสคนเก่งขึ้นมาสู่ระดับบนของสังคมได้ด้วยศักยภาพของตนเอง ไม่ใช่เส้นสาย มิฉะนั้นสิ่งที่จะขึ้นมาอยู่ในระดับบนของประเทศ จะไม่ช่หัวกะทิ แต่เป็นอย่างอื่นแทน
สงกรานต์ กระจ่างเนตร แนะนำประยุทธ์ เรื่องไปอยู่ที่ยูเอ็น
คุณสงกรานต์เริ่มต้นด้วยการอวยพรให้นายกฯและคณะโชคดี ก่อนที่จะบอกว่านายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย ต้องเตรียมพร้อมพลเอกประยุทธ์อย่างรัดกุม ว่าควรจะต้องปรับทัศนคติของตัวเองให้มีเหตุมีผลมากขึ้น ในการพูดจาในประเทศเสรีประชาธิปไตย ที่นักข่าวถูกฝึกมาเหมือนกับสุนัขตำรวจให้พร้อมจะกัดไม่ปล่อย หากเจอวาทะปกปิดหลอกลวง หรือไม่มีเหตุมีผลเพียงพอ
คุณสงกรานต์ยังให้คำแนะนำแก่พลเอกประยุทธ์ถึง 3 ข้อ ในการเอาตัวรอดจากการปรากฏตัวในเวทียูเอ็นครั้งนี้ นั่นก็คือ
1. ไม่ควรปฏิเสธว่าไทยไม่ได้ปกครองด้วยเผด็จการทหารอย่างที่รัฐมนตรีดอนทำในการสัมภาษณ์หลายครั้งที่ผ่านมา เพราะการจับกุมนักศึกษาที่เดินขบวนอย่างสงบ และการคุมขังนักข่าวที่แสดงความเห็นผ่านทวิตเตอร์ บ่งบอกว่าไทยไม่ได้แค่ไม่มีประชาธิปไตยเท่านั้น แต่ยังปราศจากหลักนิติรัฐด้วย
2. การที่นายกฯระเบิดอารมณ์หรือแสดงกิริยาไม่เหมาะสมใส่สื่อต่างประเทศ จะไม่ถูกมองเป็นเรื่องตลกขำขันเหมือนที่ทำกับสื่อไทยแน่นอน เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในกรณีที่รัฐมนตรีต่างประเทศคนก่อน พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ไปเล่นมุขสารภาพรักกับรัฐมนตรีต่างประเทศจีน จนเป็นเรื่องฮือฮากันทั้งโลก คุณสงกรานต์แนะนำว่าถ้านายกฯหรือรัฐมนตรีดอนจะสารภาพรักก็ขอให้บอกรักประเทศชาติและในหลวงจะดีกว่า
3. เมื่อนายกฯได้มีโอกาสไปนิวยอร์กแล้ว ก็ควรไปเยือนสถานที่ที่คุณสงกรานต์เคยมีโอกาสไปศึกษา นั่นก็คือมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เพื่อซึมซับบรรยากาศในที่ที่ไม่มีการละเมิดเสรีภาพทางวิชาการ และส่งเสริมความคิดเห็นที่แตกต่าง เพื่อการแลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์ และลองเรียกหนึ่งในศาสตราจารย์ของโคลัมเบียมา "ปรับทัศนคติ" ดู จะได้รู้ว่าพวกเขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร
คุณสงกรานต์ปิดท้ายว่าตนเองรักชาติ และเชื่อว่าพลเอกประยุทธ์ก็รักชาติเช่นเดียวกัน แม้จะมีความเห็นสวนทางกันว่าประเทศควรเดินหน้าไปในทิศทางใด โดยคุณสงกรานต์มองว่าประเทศจะต้องเดินหน้าไปภายใต้การรับฟังความเห็นของประชาชน ไม่ใช่ปราบปรามกดขี่ และต้องปฏิรูปทัศนคติแบบไทยๆ สร้างสังคมที่เปิดกว้าง ให้โอกาสคนเก่งขึ้นมาสู่ระดับบนของสังคมได้ด้วยศักยภาพของตนเอง ไม่ใช่เส้นสาย มิฉะนั้นสิ่งที่จะขึ้นมาอยู่ในระดับบนของประเทศ จะไม่ช่หัวกะทิ แต่เป็นอย่างอื่นแทน
อย่ากินปลา Dory กันนะ มันเป็นปลาเลี้ยงของเวียดนาม
อย่ากินปลา Dory กันนะ มันเป็นปลาเลี้ยงของเวียดนาม
อุ๊ยตาย..อกอีแป้นจะแตก..รู้ป่าว..รางวัลที่ “ปายุด” จะไปรับเนี่ยมันเป็นผลงานของ “อีปูร์ “ นะ..
อุ๊ยตาย..อกอีแป้นจะแตก..รู้ป่าว..รางวัลที่ "ปายุด" จะไปรับเนี่ยมันเป็นผลงานของ "อีปูร์ " นะ..
ไม่มีสาวกตัวไหนรู้เรื่องนี้เลยเร๊อะ...แถมประโคมข่าวด้านเดียว.."ปายุด รับรางวัล" ๆๆๆๆๆๆ
เผด็จการนี่....ถึงมันจะเกลียดปลาไหลแต่มันก็กินน้ำแกงนะ...
เชิญอ่านข่าวที่เขาส่งมาให้ผมจากอเมริกาครับ:
ประยุทธ์ จันทร์โอชา......จะเหนียมหรือละอายใจบ้างไหมเนี่ย
ถ้าคนทั้งโลกรู้ว่ารางวัลที่ประยุทธ์ จันทร์โอชาจะไปรับที่ยูเอ็น
เป็น ส้มหล่นมาจากผลงานของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเหมือนกับที่ธนศักดิ์ ปฏิมาปกรณ์อดีต รมต. ต่างประเทศของไทยไปเอาหน้าที่ยูเอ็นเมื่อปีก่อนเรื่องการรักษาสุขภาพถ้วน หน้าซึ่งเป็นผลงานของทักษิณ
บรรดาผู้ยกย่องบูชาท่านผู้นำหัวหน้าเผด็จการไทยต่างกระตู้วู้ ดีใจช่วยกันกระจายข่าวนี้กันอย่างเอิกเกริกว่าประยุทธ์ จันทร์โอชาได้รับเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัล ICTs In Sustainable Develpment Award (หรือรางวัลการพัฒนาที่ยั่งยืนของ ICT) ที่ยูเอ็น แต่หารู้ไม่ว่านั่นมันเป็นผลงาน "อีปูร์"
รางวัลนี้มอบในนามของสหภาพการโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (หรือ International Telecommunication Union) ในระหว่างงานเลี้ยง Gala Celebration ในตอนค่ำของวันเสาร์ที่ 26 กันยายน ที่ห้อง The Delegates Dining Room บนชั้น 4 ของตึก United Nations Headquarter ห้องอาหารนี้หันหน้าออกสู่แม่น้ำ Hudson มองเห็นวิวสวยๆและแสงสีของ Manhattan
ผู้ที่ได้รับรางวัลนี้มี 10 ท่าน ไม่ใช่มีเพียงประยุทธ์ จันทร์โอชาเพียงคนเดียวอย่างที่สลิ่มไทยเข้า มีใครที่ได้รับรางวัลบ้างตรวจสอบได้จากภาพที่แนบมา แต่อยากบอกให้โลกรู้ว่ารางวัลนี้มันเป็นผลงานของ "อีปูร์" ไม่ใช่ของประยุทธ์ จันทร์โอชาผู้ฉุนเฉียว
![[Image: s1mm8gv.jpg]](http://i.imgur.com/s1mm8gv.jpg)
ผลงานของประยุทธ์ จันทร์โอชาคือยกเลิกโครงการณ์แจกฟรี tablet ปี ละเป็นล้านเครื่องเพื่อการเรียนการสอนให้นักเรียน ไล่ปิดวิทยุชุมชน ไล่ปิดสถานีโทรทัศน์ของคนเสื้อแดง ไล่ปิดเวปไซ้ท์ ไล่ล่าคนเล่นเฟสบุ๊คด้วยข้อหาหมิ่นเบื้องสูง ไล่ล่าคนเล่นเนตด้วยข้อหาเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ...ผลงานที่ร่ายมาอย่างคร่าวๆข้างต้น ICT คงไม่มอบรางวัลให้แน่นอน
