รายชื่อโผทหารประจำปี 58 เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนส่งให้ “บิ๊กตู่” นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย คาด “ประยุทธ์” จะนำบัญชีรายชื่อปรับย้ายนายทหารนำขึ้นทูลเกล้าฯ พร้อมกับรายชื่อ “ครม.ประยุทธ์ 2” ที่มีการปรับใหม่ โดย “พล.อ.ปรีชา” น้องชายของ พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. ขณะที่ “พล.อ.ธีรชัย” จะถูกโยกมาเป็นปลัดกลาโหม ส่วน 5 เสือ ทบ. คาดจะมีการขยับให้ “พล.อ.วลิต โรจนภักดี” รองเสนาธิการทหาร ขึ้นมาเป็นรอง ผบ.ทบ. ด้านกองบัญชาการกองทัพไทย “พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ” เสนาธิการทหาร เป็น ผบ.สส. “พล.ร.อ.ณรงค์พล ณ บางช้าง” ขึ้นมาเป็น ผบ.ทร.คนใหม่ ส่วน “พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง” ผบ.ทอ.ยังคงอยู่ในตำแหน่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้นัดให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพส่งบัญชีรายชื่อปรับย้ายนายทหารประจำปี 2558 ภายในวันที่ 15 ส.ค.นี้ เพื่อนำบัญชีรายชื่อของเหล่าทัพมาตรวจสอบรายละเอียด ก่อนที่จะส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ต่อไป
ทั้งนี้ คาดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะนำบัญชีรายชื่อปรับย้ายนายทหาร นำขึ้นทูลเกล้าฯ พร้อมกับรายชื่อครม. “ประยุทธ์ 2” ที่มีการปรับใหม่
สำหรับบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหาร ทางผู้บัญชาการเหล่าทัพได้ส่งให้ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารระดับชั้นนายพลเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างให้ทางกรมเสมียนตรา ตรวจสอบรายละเอียด ความถูกต้อง ก่อนที่จะนำส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต่อไป
มีรายงานว่า การปรับย้ายนายทหารในครั้งนี้ ทางผู้บัญชาการเหล่าทัพค่อนข้างที่จะพิถีพิถันในการพิจารณา เนื่องจากจะต้องหาคนที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งให้เข้ากับสถานการณ์บ้านเมือง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางการเมือง และที่สำคัญเพื่อป้องกันไม่ให้กระทบต่อการเดินหน้าปฏิรูปประเทศของรัฐบาลและ คสช.ที่ขณะนี้กำลังเดินหน้าไปสู่โรดแมประยะที่ 3 โดยเฉพาะตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 39 ที่จะมาแทน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ.และ รมช.กลาโหม ที่จะต้องเกษียณอายุราชการในปลายเดือนก.ย.นี้ ซึ่งขณะนี้ตำแหน่ง ผบ.ทบ.มีแคนดิเดตอยู่ 2 คน คือ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช (ตท.14) และ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา (ตท.15) อยู่ระหว่างการตัดสินใจของ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อุดมเดช ในรอบสุดท้าย คาดว่าน่าจะเป็นวันที่ 26 ส.ค.นี้ ก่อนที่จะมีการประชุมสภากลาโหม
แม้ว่าขณะนี้ตำแหน่ง ผบ.ทบ.คนที่ 39 จะยังไม่ชัดเจน 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ความเป็นไปได้ว่า พล.อ.อุดมเดช จะเสนอชื่อ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชายของ พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. โดยอ้างอิงจากสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในการเดินหน้าปฏิรูปประเทศ จึงจำเป็นจะต้องเลือกคนที่ไว้ใจมากที่สุดมาดูแลสถานการณ์
ขณะที่ พล.อ.ธีรชัยจะถูกโยกมาเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อทำงานการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ปรับโครงสร้างของกระทรวงกลาโหม 2558-2567 ให้กับ พล.อ.ประวิตร ที่เป็น รมว.กลาโหม
สำหรับรายชื่อปรับย้ายนายทหารที่จะเข้ามาอยู่ในไลน์ 5 เสือ ทบ.นั้น คาดว่า พล.อ.อุดมเดช จะมีการขยับให้ พล.อ.วลิต โรจนภักดี (ตท.15) รองเสนาธิการทหาร ขยับขึ้นมาเป็นรอง ผบ.ทบ. และได้แรงหนุนจาก พล.อ.ประวิตร ในฐานะน้องรัก เพื่อให้กลับมาช่วยงาน พล.อ.ปรีชา ในการทำหน้าที่ ผบ.ทบ. ส่วน พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ (ตท.16) แม่ทัพภาคที่ 1 ขยับมาเป็น ผู้ช่วยผบ.ทบ. คู่กับ พล.ท.ปราการ ชลยุทธ (ตท.15) แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. และ พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร (ตท.17) ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ เป็นเสนาธิการทหารบก ส่วน พล.ท.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ (ตท.18) แม่ทัพน้อยที่ 1 เป็น ขึ้นมาเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 เพื่อทำหน้าที่ในการดูแลกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.)
สำหรับในส่วนของกองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผบ.สส. ได้เสนอชื่อให้ พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ (ตท.15) เสนาธิการทหาร เป็น ผบ.สส.คนต่อไป โดยมี พล.อ.พอพล มณีรินทร์ (ตท.16) ข้ามห้วยมาเป็นรอง ผบ.สส. ควบคู่กับ พล.ร.อ.ประสาน สุขประเสริฐ (ตท.14) เป็น รอง ผบ.สส. พล.อ.อ.ศิวเกียรติ์ ชเยมะ (ตท.16) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็น รองผบ.สส. พล.อ.ทวีป เนตรนิยม (ตท.16) ผู้บัญชาการทหารพัฒนา เป็นรอง ผบ.สส. และพล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ (ตท.15) รองเสนาธิการทหาร ขึ้นเป็น เสนาธิการทหาร
ในส่วนของสำนักงานปลัดกลาโหม หาก พล.อ.ธีรชัย นาควานิช (ตท.14) หากผิดหวังในตำแหน่งผบ.ทบ. จะมาเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม โดยมีพล.อ.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล (ตท.14) ข้ามห้วยมาเป็น รองปลัดกระทรวงกลาโหม และ พล.ร.อ.อนุทัย รัตตะรังสี (ตท.15) ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพเรือ มาเป็นรองปลัดกลาโหม พล.อ.อ.วรฉัตร ธารีฉัตร ( ตท.15) ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพอากาศ ไปเป็นรองปลัดกลาโหม และ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล (ตท.16) ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกลาโหม ลูกหม้อภายหน่วยขึ้นตรงสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็น รองปลัดกลาโหม
ส่วนกองทัพเรือ พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผบ.ทร. ได้ส่งไม้ต่อให้ พล.ร.อ.ณรงค์พล ณ บางช้าง (ตท.14) ผู้ช่วยผบ.ทร. ขึ้นมาเป็นผบ.ทร.คนใหม่ เพื่อสานภารกิจการจัดซื้อเรือดำน้ำจีน 3 ลำ 3.6 หมื่นล้าน และขยับให้ พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ เสนาธิการทหารเรือ (ตท.15) เป็นรอง ผบ.ทร. เพื่อจ่อคิวเป็นผบ.ทร. คนต่อไป เพราะจะเกษียณอายุราชการเดือนก.ย.60 ส่วน พล.ร.อ.พัลลภ ตมิศานนท์ (ตท.15) ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ ที่มีผลงานโดเด่นที่ในการแก้ไขปัญหาการกระทำประมงผิดกฎหมาย ภายในศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) เป็น ผู้ช่วย ผบ.ทร. และมี พล.ร.อ.ไกรวุธ วัฒนธรรม (ตท.16) ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ขยับเป็นเสนาธิการทหารเรือ โดยมี พล.ร.ท.สุชีพ ชนไมตรี (ตท.17) เป็นผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ
ขณะที่กองทัพอากาศ พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผบ.ทอ.ยังคงอยู่ในตำแหน่ง โดยจะเกษียณอายุราชการในปี 59 แต่ก็ได้มีการจัดวางไลน์ในตำแหน่ง 5 เสืออากาศใหม่ โดยมีการขยับให้ พล.อ.อ.สุทธิพันธ์ กฤษณคุปต์ (ตท.16) ผู้ช่วย ผบ.ทอง ขึ้นมาเป็น รอง ผบ.ทอ.แทน พล.อ.อ อานนท์ จารยะพันธุ์ ที่จะต้องเกษียณอายุราชการสิ้นเดือนก.ย.นี้ เพื่อรอต่อคิวเป็น ผบ.ทอ.คนต่อไป โดยมีเพื่อนร่วมรุ่น พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง (ตท.16) เสนาธิการทหารอากาศ ขยับขึ้นมาเป็น ผู้ช่วย ผบ.ทอ. และ พล.อ.อ.เผด็จ วงษ์ปิ่นแก้ว (ตท.15) ผู้บัญชาการหน่วยควบคุมการปฏิบัติ ทางอากาศ (คปอ.) เป็นผู้ช่วยผบ.ทอ. ส่วน พล.อ.ท.ทวิเดนศ อังศุสิงห์ (ตท.16) หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจําผู้บังคับบัญชา ขยับเป็นเสนาธิการทหารอากาศ
Credit: http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9580000091529
มหาวิทยาลัยประชาชน เพื่อการปฏิวัติประชาชนโดยสันติ Truths :: Peace :: Revolution :: Universal Human Rights :: Democracy (TPRUD)
Thursday, August 13, 2015
Piangdin for Peace Academy: PIANGDIN ACADEMY สำนักวิชาชาวดิน: วัฒนา เมืองสุข ...
ตอบพลเอกประยุทธ์ผู้เป็นนายกรัฐมนตรี
ผมอ่านคำให้สัมภาษณ์ของท่านนายกจากหนังสือพิมพ์ พาดพิงที่ผมอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกรณีห้ามผมเดินทางออกนอกประเทศ ท่านบอกให้ดูพฤติกรรมผมในการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อปี ๒๕๕๓ ผมคือคนที่อยู่กลางราชประสงค์เป็นคนมาต่อรอง ศอฉ. ซึ่งท่านก็ดูแลให้แต่การชุมนุมไม่เลิกจนท้ายสุดเกิดความรุนแรง
ความจริงเรื่องนี้ผมไม่เคยนำมาเปิดเผยเก็บเป็นความลับมาตลอด แต่เมื่อท่านเปิดมาเองผมก็จะชี้แจงเพียงเท่าที่จำเป็น ผมไม่ใช่คนที่อยู่กลางราชประสงค์และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการชุมนุมแต่เป็นคนที่ช่วยในการเจรจาทำให้ลดการสูญของทั้งสองฝ่าย ทั้งเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ ๑๐ เมษายน ที่ผมเป็นคนประสานให้มีการหยุดยิงและแยกสองฝ่ายออกจากกัน ส่วนในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ผมเป็นคนเดินฝ่ากระสุนปืนเข้าไปเจรจากับแกนนำเพื่อยุติการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์จนสำเร็จ ส่วนที่ว่าการชุมนุมไม่หยุดนั้นยังมีรายละเอียดอื่นๆ อีกมากแต่ผมไม่ขอพาดพิงเพราะยังมีคนที่เกี่ยวข้องอีกหลายคน ผมเป็นเพียงคนกลางครับไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฝ่ายใด บางครั้งฝ่ายรัฐบาลรับปากแล้วไม่ปฏิบัติตามคนเสื้อแดงก็ว่าผมไม่ได้และผมก็ไม่เคยเอามาเปิดเผย
ส่วนที่ว่าผมชอบโจมตีท่านนั้น ผมขอเรียนว่าทุกเรื่องที่ผมพูดคือเรื่องของประเทศ เริ่มต้นเมื่อท่านกับพวกใช้กำลังอาวุธเข้ายึดอำนาจผมดูแถลงการณ์ฉบับที่ ๑ ถึงเจตนารมณ์และความจำเป็นผมก็ถอยและหยุดดูท่านกับพวกทำงานมา ๑ ปีเต็มจนเห็นว่าเริ่มไม่เข้าท่าผมจึงออกมา สิ่งที่ผมรับไม่ได้คือพฤติกรรมที่จะสืบทอดอำนาจผ่านรัฐธรรมนูญที่กำลังยกร่าง การแสดงท่าทีที่จะอยู่ในอำนาจต่อไปโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของประเทศ การลุแก่อำนาจของท่านและบริวารไม่รวมถึงการบริหารที่ล้มเหลวทุกด้าน แล้วท่านจะให้ผมเฉยปล่อยให้ท่านทำบ้านเมืองเสียหายต่อไปเหรอครับ อย่าอ้างว่าการร่างรัฐธรรมนูญท่านไม่เกี่ยวข้อง ลองส่งเสียงดังๆ ว่าจะรีบคืนอำนาจให้ประชาชนเค้าไปกำหนดวิถีทางทางการเมืองกันเอง หนุมานตัวใหนมันจะกล้าเหาะเกินกรุงลงกาครับนอกจากปากว่าตาขยิบเท่านั้น มีใครเค้าอยากทะเลาะกับหัวหน้าเผด็จการที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จบ้างล่ะครับ
ที่ผมฟ้องท่านขอให้ศาลเพิกถอนประกาศฉบับที่ ๒๑/๒๕๕๗ ที่ห้ามคนจำนวน ๑๕๕ คน เดินทางออกนอกประเทศนั้นก็เป็นการใช้สิทธิทางศาลแบบอารยะ เพราะผมเห็นว่าคำสั่งห้ามคนเดินทางนี้ขัดกับรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ท่านลงนามรับสนองพระบรมราชโองการเอง ในมาตรา ๔ เขียนซะหรูว่าจะคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคที่ชนชาวไทยเคยได้รับคุ้มครองและตามพันธกรณีระหว่างประเทศแต่การกระทำเป็นอีกอย่าง การห้ามคนเดินทางคือการจำกัดสิทธิส่วนบุคคลอันถือเป็นสิทธิมนุษยชนตามกฎหมายระหว่างประเทศ ที่สำคัญคือลูกน้องท่านทำเรื่องนี้โดยลุแก่อำนาจ เอามาต่อรองไม่ให้พวกผมวิจารณ์ท่านและรัฐบาล การอนุญาตหรือไม่ไม่มีหลักเกณฑ์ใดๆ บ่อยครั้งขอเดินทางไปยุโรปเครื่องบินออกตอนเที่ยงคืน ลูกน้องท่านแจ้งคำสั่งอนุญาตมาตอน ๑๖.๐๐ น. ทั้งที่ยื่นเรื่องขออนุญาตไปก่อนนับสิบวัน
อยากบอกท่านจริงๆ ว่าคำสั่งห้ามคนเดินทางไม่ก่อประโยชน์อะไรเลย ท่านกลัวเค้าไปสุมหัวกันแบบที่ ผบ.ทบ. เคยให้สัมภาษณ์ผมก็จะบอกว่าถ้าเค้าจะไปสุมหัวกันเค้าคงไม่ไปขออนุญาตท่านให้เป็นหลักฐานหรอกครับ การสื่อสารทุกวันนี้ทันสมัยที่เค้าจะสุมหัวกันคุยผ่านเครื่องมือสื่อสารได้โดยไม่ต้องเดินทาง คำสั่งห้ามเดินทางไม่ได้ทำให้เกิดความมั่นคงแต่กลับจะทำให้ท่านเสียหาย เพราะนอกจากจะเป็นการจำกัดสิทธิส่วนบุคคลแล้วลูกน้องท่านยังเอาอำนาจนี้ไปใช้ตามอำเภอใจอีก อะไรที่ไม่จำเป็นหรือก่อประโยชน์ก็เลิกๆ ไปบ้างเถิดครับไม่ใช่เรื่องที่มาเอาแพ้เอาชนะกัน รัฐบาลท่านจะได้ดูดีขึ้นทันทีว่าไม่ได้จำกัดสิทธิและเสรีภาพไปซะทุกเรื่อง เอาเวลาไปคิดแก้ไขปัญหาให้บ้านเมืองดีกว่าครับ
วัฒนา เมืองสุข
ผมอ่านคำให้สัมภาษณ์ของท่านนายกจากหนังสือพิมพ์ พาดพิงที่ผมอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกรณีห้ามผมเดินทางออกนอกประเทศ ท่านบอกให้ดูพฤติกรรมผมในการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อปี ๒๕๕๓ ผมคือคนที่อยู่กลางราชประสงค์เป็นคนมาต่อรอง ศอฉ. ซึ่งท่านก็ดูแลให้แต่การชุมนุมไม่เลิกจนท้ายสุดเกิดความรุนแรง
ความจริงเรื่องนี้ผมไม่เคยนำมาเปิดเผยเก็บเป็นความลับมาตลอด แต่เมื่อท่านเปิดมาเองผมก็จะชี้แจงเพียงเท่าที่จำเป็น ผมไม่ใช่คนที่อยู่กลางราชประสงค์และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการชุมนุมแต่เป็นคนที่ช่วยในการเจรจาทำให้ลดการสูญของทั้งสองฝ่าย ทั้งเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ ๑๐ เมษายน ที่ผมเป็นคนประสานให้มีการหยุดยิงและแยกสองฝ่ายออกจากกัน ส่วนในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ผมเป็นคนเดินฝ่ากระสุนปืนเข้าไปเจรจากับแกนนำเพื่อยุติการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์จนสำเร็จ ส่วนที่ว่าการชุมนุมไม่หยุดนั้นยังมีรายละเอียดอื่นๆ อีกมากแต่ผมไม่ขอพาดพิงเพราะยังมีคนที่เกี่ยวข้องอีกหลายคน ผมเป็นเพียงคนกลางครับไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฝ่ายใด บางครั้งฝ่ายรัฐบาลรับปากแล้วไม่ปฏิบัติตามคนเสื้อแดงก็ว่าผมไม่ได้และผมก็ไม่เคยเอามาเปิดเผย
ส่วนที่ว่าผมชอบโจมตีท่านนั้น ผมขอเรียนว่าทุกเรื่องที่ผมพูดคือเรื่องของประเทศ เริ่มต้นเมื่อท่านกับพวกใช้กำลังอาวุธเข้ายึดอำนาจผมดูแถลงการณ์ฉบับที่ ๑ ถึงเจตนารมณ์และความจำเป็นผมก็ถอยและหยุดดูท่านกับพวกทำงานมา ๑ ปีเต็มจนเห็นว่าเริ่มไม่เข้าท่าผมจึงออกมา สิ่งที่ผมรับไม่ได้คือพฤติกรรมที่จะสืบทอดอำนาจผ่านรัฐธรรมนูญที่กำลังยกร่าง การแสดงท่าทีที่จะอยู่ในอำนาจต่อไปโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของประเทศ การลุแก่อำนาจของท่านและบริวารไม่รวมถึงการบริหารที่ล้มเหลวทุกด้าน แล้วท่านจะให้ผมเฉยปล่อยให้ท่านทำบ้านเมืองเสียหายต่อไปเหรอครับ อย่าอ้างว่าการร่างรัฐธรรมนูญท่านไม่เกี่ยวข้อง ลองส่งเสียงดังๆ ว่าจะรีบคืนอำนาจให้ประชาชนเค้าไปกำหนดวิถีทางทางการเมืองกันเอง หนุมานตัวใหนมันจะกล้าเหาะเกินกรุงลงกาครับนอกจากปากว่าตาขยิบเท่านั้น มีใครเค้าอยากทะเลาะกับหัวหน้าเผด็จการที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จบ้างล่ะครับ
ที่ผมฟ้องท่านขอให้ศาลเพิกถอนประกาศฉบับที่ ๒๑/๒๕๕๗ ที่ห้ามคนจำนวน ๑๕๕ คน เดินทางออกนอกประเทศนั้นก็เป็นการใช้สิทธิทางศาลแบบอารยะ เพราะผมเห็นว่าคำสั่งห้ามคนเดินทางนี้ขัดกับรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ท่านลงนามรับสนองพระบรมราชโองการเอง ในมาตรา ๔ เขียนซะหรูว่าจะคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคที่ชนชาวไทยเคยได้รับคุ้มครองและตามพันธกรณีระหว่างประเทศแต่การกระทำเป็นอีกอย่าง การห้ามคนเดินทางคือการจำกัดสิทธิส่วนบุคคลอันถือเป็นสิทธิมนุษยชนตามกฎหมายระหว่างประเทศ ที่สำคัญคือลูกน้องท่านทำเรื่องนี้โดยลุแก่อำนาจ เอามาต่อรองไม่ให้พวกผมวิจารณ์ท่านและรัฐบาล การอนุญาตหรือไม่ไม่มีหลักเกณฑ์ใดๆ บ่อยครั้งขอเดินทางไปยุโรปเครื่องบินออกตอนเที่ยงคืน ลูกน้องท่านแจ้งคำสั่งอนุญาตมาตอน ๑๖.๐๐ น. ทั้งที่ยื่นเรื่องขออนุญาตไปก่อนนับสิบวัน
อยากบอกท่านจริงๆ ว่าคำสั่งห้ามคนเดินทางไม่ก่อประโยชน์อะไรเลย ท่านกลัวเค้าไปสุมหัวกันแบบที่ ผบ.ทบ. เคยให้สัมภาษณ์ผมก็จะบอกว่าถ้าเค้าจะไปสุมหัวกันเค้าคงไม่ไปขออนุญาตท่านให้เป็นหลักฐานหรอกครับ การสื่อสารทุกวันนี้ทันสมัยที่เค้าจะสุมหัวกันคุยผ่านเครื่องมือสื่อสารได้โดยไม่ต้องเดินทาง คำสั่งห้ามเดินทางไม่ได้ทำให้เกิดความมั่นคงแต่กลับจะทำให้ท่านเสียหาย เพราะนอกจากจะเป็นการจำกัดสิทธิส่วนบุคคลแล้วลูกน้องท่านยังเอาอำนาจนี้ไปใช้ตามอำเภอใจอีก อะไรที่ไม่จำเป็นหรือก่อประโยชน์ก็เลิกๆ ไปบ้างเถิดครับไม่ใช่เรื่องที่มาเอาแพ้เอาชนะกัน รัฐบาลท่านจะได้ดูดีขึ้นทันทีว่าไม่ได้จำกัดสิทธิและเสรีภาพไปซะทุกเรื่อง เอาเวลาไปคิดแก้ไขปัญหาให้บ้านเมืองดีกว่าครับ
วัฒนา เมืองสุข
Piangdin for Peace Academy: PIANGDIN ACADEMY สำนักวิชาชาวดิน: วัฒนา เมืองสุข ...
ตอบพลเอกประยุทธ์ผู้เป็นนายกรัฐมนตรี
ผมอ่านคำให้สัมภาษณ์ของท่านนายกจากหนังสือพิมพ์ พาดพิงที่ผมอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกรณีห้ามผมเดินทางออกนอกประเทศ ท่านบอกให้ดูพฤติกรรมผมในการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อปี ๒๕๕๓ ผมคือคนที่อยู่กลางราชประสงค์เป็นคนมาต่อรอง ศอฉ. ซึ่งท่านก็ดูแลให้แต่การชุมนุมไม่เลิกจนท้ายสุดเกิดความรุนแรง
ความจริงเรื่องนี้ผมไม่เคยนำมาเปิดเผยเก็บเป็นความลับมาตลอด แต่เมื่อท่านเปิดมาเองผมก็จะชี้แจงเพียงเท่าที่จำเป็น ผมไม่ใช่คนที่อยู่กลางราชประสงค์และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการชุมนุมแต่เป็นคนที่ช่วยในการเจรจาทำให้ลดการสูญของทั้งสองฝ่าย ทั้งเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ ๑๐ เมษายน ที่ผมเป็นคนประสานให้มีการหยุดยิงและแยกสองฝ่ายออกจากกัน ส่วนในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ผมเป็นคนเดินฝ่ากระสุนปืนเข้าไปเจรจากับแกนนำเพื่อยุติการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์จนสำเร็จ ส่วนที่ว่าการชุมนุมไม่หยุดนั้นยังมีรายละเอียดอื่นๆ อีกมากแต่ผมไม่ขอพาดพิงเพราะยังมีคนที่เกี่ยวข้องอีกหลายคน ผมเป็นเพียงคนกลางครับไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฝ่ายใด บางครั้งฝ่ายรัฐบาลรับปากแล้วไม่ปฏิบัติตามคนเสื้อแดงก็ว่าผมไม่ได้และผมก็ไม่เคยเอามาเปิดเผย
ส่วนที่ว่าผมชอบโจมตีท่านนั้น ผมขอเรียนว่าทุกเรื่องที่ผมพูดคือเรื่องของประเทศ เริ่มต้นเมื่อท่านกับพวกใช้กำลังอาวุธเข้ายึดอำนาจผมดูแถลงการณ์ฉบับที่ ๑ ถึงเจตนารมณ์และความจำเป็นผมก็ถอยและหยุดดูท่านกับพวกทำงานมา ๑ ปีเต็มจนเห็นว่าเริ่มไม่เข้าท่าผมจึงออกมา สิ่งที่ผมรับไม่ได้คือพฤติกรรมที่จะสืบทอดอำนาจผ่านรัฐธรรมนูญที่กำลังยกร่าง การแสดงท่าทีที่จะอยู่ในอำนาจต่อไปโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของประเทศ การลุแก่อำนาจของท่านและบริวารไม่รวมถึงการบริหารที่ล้มเหลวทุกด้าน แล้วท่านจะให้ผมเฉยปล่อยให้ท่านทำบ้านเมืองเสียหายต่อไปเหรอครับ อย่าอ้างว่าการร่างรัฐธรรมนูญท่านไม่เกี่ยวข้อง ลองส่งเสียงดังๆ ว่าจะรีบคืนอำนาจให้ประชาชนเค้าไปกำหนดวิถีทางทางการเมืองกันเอง หนุมานตัวใหนมันจะกล้าเหาะเกินกรุงลงกาครับนอกจากปากว่าตาขยิบเท่านั้น มีใครเค้าอยากทะเลาะกับหัวหน้าเผด็จการที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จบ้างล่ะครับ
ที่ผมฟ้องท่านขอให้ศาลเพิกถอนประกาศฉบับที่ ๒๑/๒๕๕๗ ที่ห้ามคนจำนวน ๑๕๕ คน เดินทางออกนอกประเทศนั้นก็เป็นการใช้สิทธิทางศาลแบบอารยะ เพราะผมเห็นว่าคำสั่งห้ามคนเดินทางนี้ขัดกับรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ท่านลงนามรับสนองพระบรมราชโองการเอง ในมาตรา ๔ เขียนซะหรูว่าจะคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคที่ชนชาวไทยเคยได้รับคุ้มครองและตามพันธกรณีระหว่างประเทศแต่การกระทำเป็นอีกอย่าง การห้ามคนเดินทางคือการจำกัดสิทธิส่วนบุคคลอันถือเป็นสิทธิมนุษยชนตามกฎหมายระหว่างประเทศ ที่สำคัญคือลูกน้องท่านทำเรื่องนี้โดยลุแก่อำนาจ เอามาต่อรองไม่ให้พวกผมวิจารณ์ท่านและรัฐบาล การอนุญาตหรือไม่ไม่มีหลักเกณฑ์ใดๆ บ่อยครั้งขอเดินทางไปยุโรปเครื่องบินออกตอนเที่ยงคืน ลูกน้องท่านแจ้งคำสั่งอนุญาตมาตอน ๑๖.๐๐ น. ทั้งที่ยื่นเรื่องขออนุญาตไปก่อนนับสิบวัน
อยากบอกท่านจริงๆ ว่าคำสั่งห้ามคนเดินทางไม่ก่อประโยชน์อะไรเลย ท่านกลัวเค้าไปสุมหัวกันแบบที่ ผบ.ทบ. เคยให้สัมภาษณ์ผมก็จะบอกว่าถ้าเค้าจะไปสุมหัวกันเค้าคงไม่ไปขออนุญาตท่านให้เป็นหลักฐานหรอกครับ การสื่อสารทุกวันนี้ทันสมัยที่เค้าจะสุมหัวกันคุยผ่านเครื่องมือสื่อสารได้โดยไม่ต้องเดินทาง คำสั่งห้ามเดินทางไม่ได้ทำให้เกิดความมั่นคงแต่กลับจะทำให้ท่านเสียหาย เพราะนอกจากจะเป็นการจำกัดสิทธิส่วนบุคคลแล้วลูกน้องท่านยังเอาอำนาจนี้ไปใช้ตามอำเภอใจอีก อะไรที่ไม่จำเป็นหรือก่อประโยชน์ก็เลิกๆ ไปบ้างเถิดครับไม่ใช่เรื่องที่มาเอาแพ้เอาชนะกัน รัฐบาลท่านจะได้ดูดีขึ้นทันทีว่าไม่ได้จำกัดสิทธิและเสรีภาพไปซะทุกเรื่อง เอาเวลาไปคิดแก้ไขปัญหาให้บ้านเมืองดีกว่าครับ
วัฒนา เมืองสุข
ผมอ่านคำให้สัมภาษณ์ของท่านนายกจากหนังสือพิมพ์ พาดพิงที่ผมอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกรณีห้ามผมเดินทางออกนอกประเทศ ท่านบอกให้ดูพฤติกรรมผมในการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อปี ๒๕๕๓ ผมคือคนที่อยู่กลางราชประสงค์เป็นคนมาต่อรอง ศอฉ. ซึ่งท่านก็ดูแลให้แต่การชุมนุมไม่เลิกจนท้ายสุดเกิดความรุนแรง
ความจริงเรื่องนี้ผมไม่เคยนำมาเปิดเผยเก็บเป็นความลับมาตลอด แต่เมื่อท่านเปิดมาเองผมก็จะชี้แจงเพียงเท่าที่จำเป็น ผมไม่ใช่คนที่อยู่กลางราชประสงค์และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการชุมนุมแต่เป็นคนที่ช่วยในการเจรจาทำให้ลดการสูญของทั้งสองฝ่าย ทั้งเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ ๑๐ เมษายน ที่ผมเป็นคนประสานให้มีการหยุดยิงและแยกสองฝ่ายออกจากกัน ส่วนในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ผมเป็นคนเดินฝ่ากระสุนปืนเข้าไปเจรจากับแกนนำเพื่อยุติการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์จนสำเร็จ ส่วนที่ว่าการชุมนุมไม่หยุดนั้นยังมีรายละเอียดอื่นๆ อีกมากแต่ผมไม่ขอพาดพิงเพราะยังมีคนที่เกี่ยวข้องอีกหลายคน ผมเป็นเพียงคนกลางครับไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฝ่ายใด บางครั้งฝ่ายรัฐบาลรับปากแล้วไม่ปฏิบัติตามคนเสื้อแดงก็ว่าผมไม่ได้และผมก็ไม่เคยเอามาเปิดเผย
ส่วนที่ว่าผมชอบโจมตีท่านนั้น ผมขอเรียนว่าทุกเรื่องที่ผมพูดคือเรื่องของประเทศ เริ่มต้นเมื่อท่านกับพวกใช้กำลังอาวุธเข้ายึดอำนาจผมดูแถลงการณ์ฉบับที่ ๑ ถึงเจตนารมณ์และความจำเป็นผมก็ถอยและหยุดดูท่านกับพวกทำงานมา ๑ ปีเต็มจนเห็นว่าเริ่มไม่เข้าท่าผมจึงออกมา สิ่งที่ผมรับไม่ได้คือพฤติกรรมที่จะสืบทอดอำนาจผ่านรัฐธรรมนูญที่กำลังยกร่าง การแสดงท่าทีที่จะอยู่ในอำนาจต่อไปโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของประเทศ การลุแก่อำนาจของท่านและบริวารไม่รวมถึงการบริหารที่ล้มเหลวทุกด้าน แล้วท่านจะให้ผมเฉยปล่อยให้ท่านทำบ้านเมืองเสียหายต่อไปเหรอครับ อย่าอ้างว่าการร่างรัฐธรรมนูญท่านไม่เกี่ยวข้อง ลองส่งเสียงดังๆ ว่าจะรีบคืนอำนาจให้ประชาชนเค้าไปกำหนดวิถีทางทางการเมืองกันเอง หนุมานตัวใหนมันจะกล้าเหาะเกินกรุงลงกาครับนอกจากปากว่าตาขยิบเท่านั้น มีใครเค้าอยากทะเลาะกับหัวหน้าเผด็จการที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จบ้างล่ะครับ
ที่ผมฟ้องท่านขอให้ศาลเพิกถอนประกาศฉบับที่ ๒๑/๒๕๕๗ ที่ห้ามคนจำนวน ๑๕๕ คน เดินทางออกนอกประเทศนั้นก็เป็นการใช้สิทธิทางศาลแบบอารยะ เพราะผมเห็นว่าคำสั่งห้ามคนเดินทางนี้ขัดกับรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ท่านลงนามรับสนองพระบรมราชโองการเอง ในมาตรา ๔ เขียนซะหรูว่าจะคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคที่ชนชาวไทยเคยได้รับคุ้มครองและตามพันธกรณีระหว่างประเทศแต่การกระทำเป็นอีกอย่าง การห้ามคนเดินทางคือการจำกัดสิทธิส่วนบุคคลอันถือเป็นสิทธิมนุษยชนตามกฎหมายระหว่างประเทศ ที่สำคัญคือลูกน้องท่านทำเรื่องนี้โดยลุแก่อำนาจ เอามาต่อรองไม่ให้พวกผมวิจารณ์ท่านและรัฐบาล การอนุญาตหรือไม่ไม่มีหลักเกณฑ์ใดๆ บ่อยครั้งขอเดินทางไปยุโรปเครื่องบินออกตอนเที่ยงคืน ลูกน้องท่านแจ้งคำสั่งอนุญาตมาตอน ๑๖.๐๐ น. ทั้งที่ยื่นเรื่องขออนุญาตไปก่อนนับสิบวัน
อยากบอกท่านจริงๆ ว่าคำสั่งห้ามคนเดินทางไม่ก่อประโยชน์อะไรเลย ท่านกลัวเค้าไปสุมหัวกันแบบที่ ผบ.ทบ. เคยให้สัมภาษณ์ผมก็จะบอกว่าถ้าเค้าจะไปสุมหัวกันเค้าคงไม่ไปขออนุญาตท่านให้เป็นหลักฐานหรอกครับ การสื่อสารทุกวันนี้ทันสมัยที่เค้าจะสุมหัวกันคุยผ่านเครื่องมือสื่อสารได้โดยไม่ต้องเดินทาง คำสั่งห้ามเดินทางไม่ได้ทำให้เกิดความมั่นคงแต่กลับจะทำให้ท่านเสียหาย เพราะนอกจากจะเป็นการจำกัดสิทธิส่วนบุคคลแล้วลูกน้องท่านยังเอาอำนาจนี้ไปใช้ตามอำเภอใจอีก อะไรที่ไม่จำเป็นหรือก่อประโยชน์ก็เลิกๆ ไปบ้างเถิดครับไม่ใช่เรื่องที่มาเอาแพ้เอาชนะกัน รัฐบาลท่านจะได้ดูดีขึ้นทันทีว่าไม่ได้จำกัดสิทธิและเสรีภาพไปซะทุกเรื่อง เอาเวลาไปคิดแก้ไขปัญหาให้บ้านเมืองดีกว่าครับ
วัฒนา เมืองสุข
วัฒนา เมืองสุข ตอบพลเอกประยุทธ์ผู้เป็นนายกรัฐมนตรี
ตอบพลเอกประยุทธ์ผู้เป็นนายกรัฐมนตรี
ผมอ่านคำให้สัมภาษณ์ของท่านนายกจากหนังสือพิมพ์ พาดพิงที่ผมอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกรณีห้ามผมเดินทางออกนอกประเทศ ท่านบอกให้ดูพฤติกรรมผมในการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อปี ๒๕๕๓ ผมคือคนที่อยู่กลางราชประสงค์เป็นคนมาต่อรอง ศอฉ. ซึ่งท่านก็ดูแลให้แต่การชุมนุมไม่เลิกจนท้ายสุดเกิดความรุนแรง
ความจริงเรื่องนี้ผมไม่เคยนำมาเปิดเผยเก็บเป็นความลับมาตลอด แต่เมื่อท่านเปิดมาเองผมก็จะชี้แจงเพียงเท่าที่จำเป็น ผมไม่ใช่คนที่อยู่กลางราชประสงค์และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการชุมนุมแต่เป็นคนที่ช่วยในการเจรจาทำให้ลดการสูญของทั้งสองฝ่าย ทั้งเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ ๑๐ เมษายน ที่ผมเป็นคนประสานให้มีการหยุดยิงและแยกสองฝ่ายออกจากกัน ส่วนในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ผมเป็นคนเดินฝ่ากระสุนปืนเข้าไปเจรจากับแกนนำเพื่อยุติการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์จนสำเร็จ ส่วนที่ว่าการชุมนุมไม่หยุดนั้นยังมีรายละเอียดอื่นๆ อีกมากแต่ผมไม่ขอพาดพิงเพราะยังมีคนที่เกี่ยวข้องอีกหลายคน ผมเป็นเพียงคนกลางครับไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฝ่ายใด บางครั้งฝ่ายรัฐบาลรับปากแล้วไม่ปฏิบัติตามคนเสื้อแดงก็ว่าผมไม่ได้และผมก็ไม่เคยเอามาเปิดเผย
ส่วนที่ว่าผมชอบโจมตีท่านนั้น ผมขอเรียนว่าทุกเรื่องที่ผมพูดคือเรื่องของประเทศ เริ่มต้นเมื่อท่านกับพวกใช้กำลังอาวุธเข้ายึดอำนาจผมดูแถลงการณ์ฉบับที่ ๑ ถึงเจตนารมณ์และความจำเป็นผมก็ถอยและหยุดดูท่านกับพวกทำงานมา ๑ ปีเต็มจนเห็นว่าเริ่มไม่เข้าท่าผมจึงออกมา สิ่งที่ผมรับไม่ได้คือพฤติกรรมที่จะสืบทอดอำนาจผ่านรัฐธรรมนูญที่กำลังยกร่าง การแสดงท่าทีที่จะอยู่ในอำนาจต่อไปโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของประเทศ การลุแก่อำนาจของท่านและบริวารไม่รวมถึงการบริหารที่ล้มเหลวทุกด้าน แล้วท่านจะให้ผมเฉยปล่อยให้ท่านทำบ้านเมืองเสียหายต่อไปเหรอครับ อย่าอ้างว่าการร่างรัฐธรรมนูญท่านไม่เกี่ยวข้อง ลองส่งเสียงดังๆ ว่าจะรีบคืนอำนาจให้ประชาชนเค้าไปกำหนดวิถีทางทางการเมืองกันเอง หนุมานตัวใหนมันจะกล้าเหาะเกินกรุงลงกาครับนอกจากปากว่าตาขยิบเท่านั้น มีใครเค้าอยากทะเลาะกับหัวหน้าเผด็จการที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จบ้างล่ะครับ
ที่ผมฟ้องท่านขอให้ศาลเพิกถอนประกาศฉบับที่ ๒๑/๒๕๕๗ ที่ห้ามคนจำนวน ๑๕๕ คน เดินทางออกนอกประเทศนั้นก็เป็นการใช้สิทธิทางศาลแบบอารยะ เพราะผมเห็นว่าคำสั่งห้ามคนเดินทางนี้ขัดกับรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ท่านลงนามรับสนองพระบรมราชโองการเอง ในมาตรา ๔ เขียนซะหรูว่าจะคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคที่ชนชาวไทยเคยได้รับคุ้มครองและตามพันธกรณีระหว่างประเทศแต่การกระทำเป็นอีกอย่าง การห้ามคนเดินทางคือการจำกัดสิทธิส่วนบุคคลอันถือเป็นสิทธิมนุษยชนตามกฎหมายระหว่างประเทศ ที่สำคัญคือลูกน้องท่านทำเรื่องนี้โดยลุแก่อำนาจ เอามาต่อรองไม่ให้พวกผมวิจารณ์ท่านและรัฐบาล การอนุญาตหรือไม่ไม่มีหลักเกณฑ์ใดๆ บ่อยครั้งขอเดินทางไปยุโรปเครื่องบินออกตอนเที่ยงคืน ลูกน้องท่านแจ้งคำสั่งอนุญาตมาตอน ๑๖.๐๐ น. ทั้งที่ยื่นเรื่องขออนุญาตไปก่อนนับสิบวัน
อยากบอกท่านจริงๆ ว่าคำสั่งห้ามคนเดินทางไม่ก่อประโยชน์อะไรเลย ท่านกลัวเค้าไปสุมหัวกันแบบที่ ผบ.ทบ. เคยให้สัมภาษณ์ผมก็จะบอกว่าถ้าเค้าจะไปสุมหัวกันเค้าคงไม่ไปขออนุญาตท่านให้เป็นหลักฐานหรอกครับ การสื่อสารทุกวันนี้ทันสมัยที่เค้าจะสุมหัวกันคุยผ่านเครื่องมือสื่อสารได้โดยไม่ต้องเดินทาง คำสั่งห้ามเดินทางไม่ได้ทำให้เกิดความมั่นคงแต่กลับจะทำให้ท่านเสียหาย เพราะนอกจากจะเป็นการจำกัดสิทธิส่วนบุคคลแล้วลูกน้องท่านยังเอาอำนาจนี้ไปใช้ตามอำเภอใจอีก อะไรที่ไม่จำเป็นหรือก่อประโยชน์ก็เลิกๆ ไปบ้างเถิดครับไม่ใช่เรื่องที่มาเอาแพ้เอาชนะกัน รัฐบาลท่านจะได้ดูดีขึ้นทันทีว่าไม่ได้จำกัดสิทธิและเสรีภาพไปซะทุกเรื่อง เอาเวลาไปคิดแก้ไขปัญหาให้บ้านเมืองดีกว่าครับ
วัฒนา เมืองสุข
ผมอ่านคำให้สัมภาษณ์ของท่านนายกจากหนังสือพิมพ์ พาดพิงที่ผมอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกรณีห้ามผมเดินทางออกนอกประเทศ ท่านบอกให้ดูพฤติกรรมผมในการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อปี ๒๕๕๓ ผมคือคนที่อยู่กลางราชประสงค์เป็นคนมาต่อรอง ศอฉ. ซึ่งท่านก็ดูแลให้แต่การชุมนุมไม่เลิกจนท้ายสุดเกิดความรุนแรง
ความจริงเรื่องนี้ผมไม่เคยนำมาเปิดเผยเก็บเป็นความลับมาตลอด แต่เมื่อท่านเปิดมาเองผมก็จะชี้แจงเพียงเท่าที่จำเป็น ผมไม่ใช่คนที่อยู่กลางราชประสงค์และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการชุมนุมแต่เป็นคนที่ช่วยในการเจรจาทำให้ลดการสูญของทั้งสองฝ่าย ทั้งเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ ๑๐ เมษายน ที่ผมเป็นคนประสานให้มีการหยุดยิงและแยกสองฝ่ายออกจากกัน ส่วนในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ผมเป็นคนเดินฝ่ากระสุนปืนเข้าไปเจรจากับแกนนำเพื่อยุติการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์จนสำเร็จ ส่วนที่ว่าการชุมนุมไม่หยุดนั้นยังมีรายละเอียดอื่นๆ อีกมากแต่ผมไม่ขอพาดพิงเพราะยังมีคนที่เกี่ยวข้องอีกหลายคน ผมเป็นเพียงคนกลางครับไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฝ่ายใด บางครั้งฝ่ายรัฐบาลรับปากแล้วไม่ปฏิบัติตามคนเสื้อแดงก็ว่าผมไม่ได้และผมก็ไม่เคยเอามาเปิดเผย
ส่วนที่ว่าผมชอบโจมตีท่านนั้น ผมขอเรียนว่าทุกเรื่องที่ผมพูดคือเรื่องของประเทศ เริ่มต้นเมื่อท่านกับพวกใช้กำลังอาวุธเข้ายึดอำนาจผมดูแถลงการณ์ฉบับที่ ๑ ถึงเจตนารมณ์และความจำเป็นผมก็ถอยและหยุดดูท่านกับพวกทำงานมา ๑ ปีเต็มจนเห็นว่าเริ่มไม่เข้าท่าผมจึงออกมา สิ่งที่ผมรับไม่ได้คือพฤติกรรมที่จะสืบทอดอำนาจผ่านรัฐธรรมนูญที่กำลังยกร่าง การแสดงท่าทีที่จะอยู่ในอำนาจต่อไปโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของประเทศ การลุแก่อำนาจของท่านและบริวารไม่รวมถึงการบริหารที่ล้มเหลวทุกด้าน แล้วท่านจะให้ผมเฉยปล่อยให้ท่านทำบ้านเมืองเสียหายต่อไปเหรอครับ อย่าอ้างว่าการร่างรัฐธรรมนูญท่านไม่เกี่ยวข้อง ลองส่งเสียงดังๆ ว่าจะรีบคืนอำนาจให้ประชาชนเค้าไปกำหนดวิถีทางทางการเมืองกันเอง หนุมานตัวใหนมันจะกล้าเหาะเกินกรุงลงกาครับนอกจากปากว่าตาขยิบเท่านั้น มีใครเค้าอยากทะเลาะกับหัวหน้าเผด็จการที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จบ้างล่ะครับ
ที่ผมฟ้องท่านขอให้ศาลเพิกถอนประกาศฉบับที่ ๒๑/๒๕๕๗ ที่ห้ามคนจำนวน ๑๕๕ คน เดินทางออกนอกประเทศนั้นก็เป็นการใช้สิทธิทางศาลแบบอารยะ เพราะผมเห็นว่าคำสั่งห้ามคนเดินทางนี้ขัดกับรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ท่านลงนามรับสนองพระบรมราชโองการเอง ในมาตรา ๔ เขียนซะหรูว่าจะคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคที่ชนชาวไทยเคยได้รับคุ้มครองและตามพันธกรณีระหว่างประเทศแต่การกระทำเป็นอีกอย่าง การห้ามคนเดินทางคือการจำกัดสิทธิส่วนบุคคลอันถือเป็นสิทธิมนุษยชนตามกฎหมายระหว่างประเทศ ที่สำคัญคือลูกน้องท่านทำเรื่องนี้โดยลุแก่อำนาจ เอามาต่อรองไม่ให้พวกผมวิจารณ์ท่านและรัฐบาล การอนุญาตหรือไม่ไม่มีหลักเกณฑ์ใดๆ บ่อยครั้งขอเดินทางไปยุโรปเครื่องบินออกตอนเที่ยงคืน ลูกน้องท่านแจ้งคำสั่งอนุญาตมาตอน ๑๖.๐๐ น. ทั้งที่ยื่นเรื่องขออนุญาตไปก่อนนับสิบวัน
อยากบอกท่านจริงๆ ว่าคำสั่งห้ามคนเดินทางไม่ก่อประโยชน์อะไรเลย ท่านกลัวเค้าไปสุมหัวกันแบบที่ ผบ.ทบ. เคยให้สัมภาษณ์ผมก็จะบอกว่าถ้าเค้าจะไปสุมหัวกันเค้าคงไม่ไปขออนุญาตท่านให้เป็นหลักฐานหรอกครับ การสื่อสารทุกวันนี้ทันสมัยที่เค้าจะสุมหัวกันคุยผ่านเครื่องมือสื่อสารได้โดยไม่ต้องเดินทาง คำสั่งห้ามเดินทางไม่ได้ทำให้เกิดความมั่นคงแต่กลับจะทำให้ท่านเสียหาย เพราะนอกจากจะเป็นการจำกัดสิทธิส่วนบุคคลแล้วลูกน้องท่านยังเอาอำนาจนี้ไปใช้ตามอำเภอใจอีก อะไรที่ไม่จำเป็นหรือก่อประโยชน์ก็เลิกๆ ไปบ้างเถิดครับไม่ใช่เรื่องที่มาเอาแพ้เอาชนะกัน รัฐบาลท่านจะได้ดูดีขึ้นทันทีว่าไม่ได้จำกัดสิทธิและเสรีภาพไปซะทุกเรื่อง เอาเวลาไปคิดแก้ไขปัญหาให้บ้านเมืองดีกว่าครับ
วัฒนา เมืองสุข
วัฒนา เมืองสุข ตอบพลเอกประยุทธ์ผู้เป็นนายกรัฐมนตรี
ตอบพลเอกประยุทธ์ผู้เป็นนายกรัฐมนตรี
ผมอ่านคำให้สัมภาษณ์ของท่านนายกจากหนังสือพิมพ์ พาดพิงที่ผมอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกรณีห้ามผมเดินทางออกนอกประเทศ ท่านบอกให้ดูพฤติกรรมผมในการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อปี ๒๕๕๓ ผมคือคนที่อยู่กลางราชประสงค์เป็นคนมาต่อรอง ศอฉ. ซึ่งท่านก็ดูแลให้แต่การชุมนุมไม่เลิกจนท้ายสุดเกิดความรุนแรง
ความจริงเรื่องนี้ผมไม่เคยนำมาเปิดเผยเก็บเป็นความลับมาตลอด แต่เมื่อท่านเปิดมาเองผมก็จะชี้แจงเพียงเท่าที่จำเป็น ผมไม่ใช่คนที่อยู่กลางราชประสงค์และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการชุมนุมแต่เป็นคนที่ช่วยในการเจรจาทำให้ลดการสูญของทั้งสองฝ่าย ทั้งเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ ๑๐ เมษายน ที่ผมเป็นคนประสานให้มีการหยุดยิงและแยกสองฝ่ายออกจากกัน ส่วนในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ผมเป็นคนเดินฝ่ากระสุนปืนเข้าไปเจรจากับแกนนำเพื่อยุติการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์จนสำเร็จ ส่วนที่ว่าการชุมนุมไม่หยุดนั้นยังมีรายละเอียดอื่นๆ อีกมากแต่ผมไม่ขอพาดพิงเพราะยังมีคนที่เกี่ยวข้องอีกหลายคน ผมเป็นเพียงคนกลางครับไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฝ่ายใด บางครั้งฝ่ายรัฐบาลรับปากแล้วไม่ปฏิบัติตามคนเสื้อแดงก็ว่าผมไม่ได้และผมก็ไม่เคยเอามาเปิดเผย
ส่วนที่ว่าผมชอบโจมตีท่านนั้น ผมขอเรียนว่าทุกเรื่องที่ผมพูดคือเรื่องของประเทศ เริ่มต้นเมื่อท่านกับพวกใช้กำลังอาวุธเข้ายึดอำนาจผมดูแถลงการณ์ฉบับที่ ๑ ถึงเจตนารมณ์และความจำเป็นผมก็ถอยและหยุดดูท่านกับพวกทำงานมา ๑ ปีเต็มจนเห็นว่าเริ่มไม่เข้าท่าผมจึงออกมา สิ่งที่ผมรับไม่ได้คือพฤติกรรมที่จะสืบทอดอำนาจผ่านรัฐธรรมนูญที่กำลังยกร่าง การแสดงท่าทีที่จะอยู่ในอำนาจต่อไปโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของประเทศ การลุแก่อำนาจของท่านและบริวารไม่รวมถึงการบริหารที่ล้มเหลวทุกด้าน แล้วท่านจะให้ผมเฉยปล่อยให้ท่านทำบ้านเมืองเสียหายต่อไปเหรอครับ อย่าอ้างว่าการร่างรัฐธรรมนูญท่านไม่เกี่ยวข้อง ลองส่งเสียงดังๆ ว่าจะรีบคืนอำนาจให้ประชาชนเค้าไปกำหนดวิถีทางทางการเมืองกันเอง หนุมานตัวใหนมันจะกล้าเหาะเกินกรุงลงกาครับนอกจากปากว่าตาขยิบเท่านั้น มีใครเค้าอยากทะเลาะกับหัวหน้าเผด็จการที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จบ้างล่ะครับ
ที่ผมฟ้องท่านขอให้ศาลเพิกถอนประกาศฉบับที่ ๒๑/๒๕๕๗ ที่ห้ามคนจำนวน ๑๕๕ คน เดินทางออกนอกประเทศนั้นก็เป็นการใช้สิทธิทางศาลแบบอารยะ เพราะผมเห็นว่าคำสั่งห้ามคนเดินทางนี้ขัดกับรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ท่านลงนามรับสนองพระบรมราชโองการเอง ในมาตรา ๔ เขียนซะหรูว่าจะคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคที่ชนชาวไทยเคยได้รับคุ้มครองและตามพันธกรณีระหว่างประเทศแต่การกระทำเป็นอีกอย่าง การห้ามคนเดินทางคือการจำกัดสิทธิส่วนบุคคลอันถือเป็นสิทธิมนุษยชนตามกฎหมายระหว่างประเทศ ที่สำคัญคือลูกน้องท่านทำเรื่องนี้โดยลุแก่อำนาจ เอามาต่อรองไม่ให้พวกผมวิจารณ์ท่านและรัฐบาล การอนุญาตหรือไม่ไม่มีหลักเกณฑ์ใดๆ บ่อยครั้งขอเดินทางไปยุโรปเครื่องบินออกตอนเที่ยงคืน ลูกน้องท่านแจ้งคำสั่งอนุญาตมาตอน ๑๖.๐๐ น. ทั้งที่ยื่นเรื่องขออนุญาตไปก่อนนับสิบวัน
อยากบอกท่านจริงๆ ว่าคำสั่งห้ามคนเดินทางไม่ก่อประโยชน์อะไรเลย ท่านกลัวเค้าไปสุมหัวกันแบบที่ ผบ.ทบ. เคยให้สัมภาษณ์ผมก็จะบอกว่าถ้าเค้าจะไปสุมหัวกันเค้าคงไม่ไปขออนุญาตท่านให้เป็นหลักฐานหรอกครับ การสื่อสารทุกวันนี้ทันสมัยที่เค้าจะสุมหัวกันคุยผ่านเครื่องมือสื่อสารได้โดยไม่ต้องเดินทาง คำสั่งห้ามเดินทางไม่ได้ทำให้เกิดความมั่นคงแต่กลับจะทำให้ท่านเสียหาย เพราะนอกจากจะเป็นการจำกัดสิทธิส่วนบุคคลแล้วลูกน้องท่านยังเอาอำนาจนี้ไปใช้ตามอำเภอใจอีก อะไรที่ไม่จำเป็นหรือก่อประโยชน์ก็เลิกๆ ไปบ้างเถิดครับไม่ใช่เรื่องที่มาเอาแพ้เอาชนะกัน รัฐบาลท่านจะได้ดูดีขึ้นทันทีว่าไม่ได้จำกัดสิทธิและเสรีภาพไปซะทุกเรื่อง เอาเวลาไปคิดแก้ไขปัญหาให้บ้านเมืองดีกว่าครับ
วัฒนา เมืองสุข
ผมอ่านคำให้สัมภาษณ์ของท่านนายกจากหนังสือพิมพ์ พาดพิงที่ผมอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกรณีห้ามผมเดินทางออกนอกประเทศ ท่านบอกให้ดูพฤติกรรมผมในการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อปี ๒๕๕๓ ผมคือคนที่อยู่กลางราชประสงค์เป็นคนมาต่อรอง ศอฉ. ซึ่งท่านก็ดูแลให้แต่การชุมนุมไม่เลิกจนท้ายสุดเกิดความรุนแรง
ความจริงเรื่องนี้ผมไม่เคยนำมาเปิดเผยเก็บเป็นความลับมาตลอด แต่เมื่อท่านเปิดมาเองผมก็จะชี้แจงเพียงเท่าที่จำเป็น ผมไม่ใช่คนที่อยู่กลางราชประสงค์และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการชุมนุมแต่เป็นคนที่ช่วยในการเจรจาทำให้ลดการสูญของทั้งสองฝ่าย ทั้งเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ ๑๐ เมษายน ที่ผมเป็นคนประสานให้มีการหยุดยิงและแยกสองฝ่ายออกจากกัน ส่วนในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ผมเป็นคนเดินฝ่ากระสุนปืนเข้าไปเจรจากับแกนนำเพื่อยุติการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์จนสำเร็จ ส่วนที่ว่าการชุมนุมไม่หยุดนั้นยังมีรายละเอียดอื่นๆ อีกมากแต่ผมไม่ขอพาดพิงเพราะยังมีคนที่เกี่ยวข้องอีกหลายคน ผมเป็นเพียงคนกลางครับไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฝ่ายใด บางครั้งฝ่ายรัฐบาลรับปากแล้วไม่ปฏิบัติตามคนเสื้อแดงก็ว่าผมไม่ได้และผมก็ไม่เคยเอามาเปิดเผย
ส่วนที่ว่าผมชอบโจมตีท่านนั้น ผมขอเรียนว่าทุกเรื่องที่ผมพูดคือเรื่องของประเทศ เริ่มต้นเมื่อท่านกับพวกใช้กำลังอาวุธเข้ายึดอำนาจผมดูแถลงการณ์ฉบับที่ ๑ ถึงเจตนารมณ์และความจำเป็นผมก็ถอยและหยุดดูท่านกับพวกทำงานมา ๑ ปีเต็มจนเห็นว่าเริ่มไม่เข้าท่าผมจึงออกมา สิ่งที่ผมรับไม่ได้คือพฤติกรรมที่จะสืบทอดอำนาจผ่านรัฐธรรมนูญที่กำลังยกร่าง การแสดงท่าทีที่จะอยู่ในอำนาจต่อไปโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของประเทศ การลุแก่อำนาจของท่านและบริวารไม่รวมถึงการบริหารที่ล้มเหลวทุกด้าน แล้วท่านจะให้ผมเฉยปล่อยให้ท่านทำบ้านเมืองเสียหายต่อไปเหรอครับ อย่าอ้างว่าการร่างรัฐธรรมนูญท่านไม่เกี่ยวข้อง ลองส่งเสียงดังๆ ว่าจะรีบคืนอำนาจให้ประชาชนเค้าไปกำหนดวิถีทางทางการเมืองกันเอง หนุมานตัวใหนมันจะกล้าเหาะเกินกรุงลงกาครับนอกจากปากว่าตาขยิบเท่านั้น มีใครเค้าอยากทะเลาะกับหัวหน้าเผด็จการที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จบ้างล่ะครับ
ที่ผมฟ้องท่านขอให้ศาลเพิกถอนประกาศฉบับที่ ๒๑/๒๕๕๗ ที่ห้ามคนจำนวน ๑๕๕ คน เดินทางออกนอกประเทศนั้นก็เป็นการใช้สิทธิทางศาลแบบอารยะ เพราะผมเห็นว่าคำสั่งห้ามคนเดินทางนี้ขัดกับรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ท่านลงนามรับสนองพระบรมราชโองการเอง ในมาตรา ๔ เขียนซะหรูว่าจะคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคที่ชนชาวไทยเคยได้รับคุ้มครองและตามพันธกรณีระหว่างประเทศแต่การกระทำเป็นอีกอย่าง การห้ามคนเดินทางคือการจำกัดสิทธิส่วนบุคคลอันถือเป็นสิทธิมนุษยชนตามกฎหมายระหว่างประเทศ ที่สำคัญคือลูกน้องท่านทำเรื่องนี้โดยลุแก่อำนาจ เอามาต่อรองไม่ให้พวกผมวิจารณ์ท่านและรัฐบาล การอนุญาตหรือไม่ไม่มีหลักเกณฑ์ใดๆ บ่อยครั้งขอเดินทางไปยุโรปเครื่องบินออกตอนเที่ยงคืน ลูกน้องท่านแจ้งคำสั่งอนุญาตมาตอน ๑๖.๐๐ น. ทั้งที่ยื่นเรื่องขออนุญาตไปก่อนนับสิบวัน
อยากบอกท่านจริงๆ ว่าคำสั่งห้ามคนเดินทางไม่ก่อประโยชน์อะไรเลย ท่านกลัวเค้าไปสุมหัวกันแบบที่ ผบ.ทบ. เคยให้สัมภาษณ์ผมก็จะบอกว่าถ้าเค้าจะไปสุมหัวกันเค้าคงไม่ไปขออนุญาตท่านให้เป็นหลักฐานหรอกครับ การสื่อสารทุกวันนี้ทันสมัยที่เค้าจะสุมหัวกันคุยผ่านเครื่องมือสื่อสารได้โดยไม่ต้องเดินทาง คำสั่งห้ามเดินทางไม่ได้ทำให้เกิดความมั่นคงแต่กลับจะทำให้ท่านเสียหาย เพราะนอกจากจะเป็นการจำกัดสิทธิส่วนบุคคลแล้วลูกน้องท่านยังเอาอำนาจนี้ไปใช้ตามอำเภอใจอีก อะไรที่ไม่จำเป็นหรือก่อประโยชน์ก็เลิกๆ ไปบ้างเถิดครับไม่ใช่เรื่องที่มาเอาแพ้เอาชนะกัน รัฐบาลท่านจะได้ดูดีขึ้นทันทีว่าไม่ได้จำกัดสิทธิและเสรีภาพไปซะทุกเรื่อง เอาเวลาไปคิดแก้ไขปัญหาให้บ้านเมืองดีกว่าครับ
วัฒนา เมืองสุข
Subscribe to:
Comments (Atom)
