Saturday, July 11, 2015

ชมคลิปหลุด..พลเอกประยุทธ์พูดตอนท้ายดูถูกชาวกุยอูร์

ชมคลิปหลุด..พลเอกประยุทธ์พูดตอนท้ายดูถูกชาวกุยอูร์ ว่า จะให้แก้ปัญหายังไง จะให้เลี้ยงชาวกุยอูร์ให้ออกลูมาอีก 3 ครอกหรือ? เป็นคพูดที่รุนแรงมากหากจะเปรียบการเกิดของหมาเป็นครอกๆ ซึ่งต้องรู้ชาวกุยอูร์ หรือชาวโรฉิวยาเป็นชาวมุสลิม เอามาเปรียบของหมาเป็นครอกๆแบบนี้ไม่ได้เลย นายกตู่ปากเสียท่านรู้ตัวหรือเปล่าครับ

เครดิต มติชน

PIANGDIN ACADEMY: ด่วน ข่าวลับประยุทธ์และหลังบ้าน แตกอีกแล้ว และการค...





เป็นข่าวลือส่งมาทางไลน์  โปรดใช้วิจารณญาณ

ด่วน ข่าวลับประยุทธ์และหลังบ้าน แตกอีกแล้ว และการครอบงำของจีน (น่ากลัวมาก)



ด่วน ..ข่าวลับบิ๊กตู่หลุดอีกแล้ว คราวนี้นั่งประชุมหัวโต๊ะด่ายับบรรยากาศลูกน้องสุดเครียด จวกแหลกทั้งชาติฝรั่งเศส เยอรมัน นิวซีแลนด์และประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่ยอมส่งคืนเสื้อแดงที่หนีออกนอกประเทศกลับมาเข้าคุกไทย บอกไม่สนใจนานาชาติจะประท้วงว่าตนละเมิดกฎหมายสากล เพราะไม่สนใจชาติไหนอยู่แล้ว ทุกวันนี้คบกับจีนสบายดี ไทยมีมีคน 67 ล้านประเทศจีนมีเกือบ1300 ล้านเดี๋ยวจีนก็มากลืนชาติไทยเอง เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้วตอนนี้ เมื่อตกลงกันมาก่อนยึดอำนาจแล้ว เปลี่ยนไปเลือกตั้ง อำนาจทหารก็จะเปลี่ยน ทหารไม่โง่แล้วยัง ของขึ้นด่าสื่อเรื่องซื้อเรือดำน้ำ ทางรัฐบาลจีนเห็นว่าไทยต้องมีเรือดำน้ำเพื่อทำงานประสานกันทางด้านความมั่งคงร่วมกับจีนใต้น้ำได้ ทุกวันนี้ไม่มีใครมาทำอะไรประเทศเราได้ เพราะจีนดูแลเราดี เราเลือกจะเดินไปกับจีนด้วยกัน พลเอกประยุทธ์ตอนหนึ่งในระหว่างบรีฟกับลูกน้องใกล้ชิด                            ทางข่าวลึกอีกด้านรายงานกันมาว่าเสธวินธัยถอนตัวจากทีมทำงานด้านโฆษกไปเงียบๆ เนื่องจากพลเอกประยุทธ์จับได้ว่าวินธัยเอาเรื่องของตนและภรรยานางนราพรไปด่าบ่นๆกับเพื่อนๆของเสธวินธัย เรื่องขาดความเป็นผู้นำของพลเอกประยุทธ์และความจุ้นจ้านสั่งการบีบบังคับลูกน้องของนางนราพรมักให้ทำอย่างโน้นอย่างนี้อย่างที่นางนราพรต้องการเสมอ นางนราพรคลั่งติดโซเซี่ยลมีเดีย จึงขอพลเอกประยุทธ์ตั้งทีมงานล่าคนในโลกโซเซี่ยลที่ด่าครอบครัว สั่งให้พลเอกประยุทธ์ต้องจับคนเข้าคุกสองคนแล้ว เรื่องไม่พอใจข่าวปูดปฎิวัติซ้อนและข่าวเงินหมื่นล้านไปสิงคโปร์ กลายเป็นนางนราพรคือผู้สั่งการให้จับเสื้อแดงมาขังคุกเองหมด ให้เน้นไปที่เสื้อแดงที่เป็นผู้หญิง จึงไม่ใช่พลเอกประยุทธ์เป็นคนสั่งให้จับ  จนลูกน้องทีมปฎิวัติการส่ายหัวและเริ่มทนเห็นหายนะจากความเครียดของนางนราพรไม่ได้แล้ว เพราะวันๆอยู่กับคนใกล้ชิดที่ไม่สันทัดทางกฎหมายและการเมืองจึงขออำนาจจากพลเอประยุทธ์มาจับคนเข้าคุกแบบจิตใจคับแคบ จะยิ่งสร้างความเกลียดชังให้ครอบครัวจันทร์โอชามากขึ้น ทั้งที่พลเอกประยุทธ์ก็ต้องการสร้างความปรองดองให้แต่ละฝ่ายมากขึ้น แต่เบื้องหลังนางนราพรกลับกระทำสิ่งที่ตรงข้ามอย่างเมียสิ้นคิด สมแล้วที่พลเอกประยุทธ์เบื่อจนมีเมียน้อย

==










PIANGDIN ACADEMY: ด่วน ข่าวลับประยุทธ์และหลังบ้าน แตกอีกแล้ว และการค...





เป็นข่าวลือส่งมาทางไลน์  โปรดใช้วิจารณญาณ

ด่วน ข่าวลับประยุทธ์และหลังบ้าน แตกอีกแล้ว และการครอบงำของจีน (น่ากลัวมาก)



ด่วน ..ข่าวลับบิ๊กตู่หลุดอีกแล้ว คราวนี้นั่งประชุมหัวโต๊ะด่ายับบรรยากาศลูกน้องสุดเครียด จวกแหลกทั้งชาติฝรั่งเศส เยอรมัน นิวซีแลนด์และประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่ยอมส่งคืนเสื้อแดงที่หนีออกนอกประเทศกลับมาเข้าคุกไทย บอกไม่สนใจนานาชาติจะประท้วงว่าตนละเมิดกฎหมายสากล เพราะไม่สนใจชาติไหนอยู่แล้ว ทุกวันนี้คบกับจีนสบายดี ไทยมีมีคน 67 ล้านประเทศจีนมีเกือบ1300 ล้านเดี๋ยวจีนก็มากลืนชาติไทยเอง เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้วตอนนี้ เมื่อตกลงกันมาก่อนยึดอำนาจแล้ว เปลี่ยนไปเลือกตั้ง อำนาจทหารก็จะเปลี่ยน ทหารไม่โง่แล้วยัง ของขึ้นด่าสื่อเรื่องซื้อเรือดำน้ำ ทางรัฐบาลจีนเห็นว่าไทยต้องมีเรือดำน้ำเพื่อทำงานประสานกันทางด้านความมั่งคงร่วมกับจีนใต้น้ำได้ ทุกวันนี้ไม่มีใครมาทำอะไรประเทศเราได้ เพราะจีนดูแลเราดี เราเลือกจะเดินไปกับจีนด้วยกัน พลเอกประยุทธ์ตอนหนึ่งในระหว่างบรีฟกับลูกน้องใกล้ชิด                            ทางข่าวลึกอีกด้านรายงานกันมาว่าเสธวินธัยถอนตัวจากทีมทำงานด้านโฆษกไปเงียบๆ เนื่องจากพลเอกประยุทธ์จับได้ว่าวินธัยเอาเรื่องของตนและภรรยานางนราพรไปด่าบ่นๆกับเพื่อนๆของเสธวินธัย เรื่องขาดความเป็นผู้นำของพลเอกประยุทธ์และความจุ้นจ้านสั่งการบีบบังคับลูกน้องของนางนราพรมักให้ทำอย่างโน้นอย่างนี้อย่างที่นางนราพรต้องการเสมอ นางนราพรคลั่งติดโซเซี่ยลมีเดีย จึงขอพลเอกประยุทธ์ตั้งทีมงานล่าคนในโลกโซเซี่ยลที่ด่าครอบครัว สั่งให้พลเอกประยุทธ์ต้องจับคนเข้าคุกสองคนแล้ว เรื่องไม่พอใจข่าวปูดปฎิวัติซ้อนและข่าวเงินหมื่นล้านไปสิงคโปร์ กลายเป็นนางนราพรคือผู้สั่งการให้จับเสื้อแดงมาขังคุกเองหมด ให้เน้นไปที่เสื้อแดงที่เป็นผู้หญิง จึงไม่ใช่พลเอกประยุทธ์เป็นคนสั่งให้จับ  จนลูกน้องทีมปฎิวัติการส่ายหัวและเริ่มทนเห็นหายนะจากความเครียดของนางนราพรไม่ได้แล้ว เพราะวันๆอยู่กับคนใกล้ชิดที่ไม่สันทัดทางกฎหมายและการเมืองจึงขออำนาจจากพลเอประยุทธ์มาจับคนเข้าคุกแบบจิตใจคับแคบ จะยิ่งสร้างความเกลียดชังให้ครอบครัวจันทร์โอชามากขึ้น ทั้งที่พลเอกประยุทธ์ก็ต้องการสร้างความปรองดองให้แต่ละฝ่ายมากขึ้น แต่เบื้องหลังนางนราพรกลับกระทำสิ่งที่ตรงข้ามอย่างเมียสิ้นคิด สมแล้วที่พลเอกประยุทธ์เบื่อจนมีเมียน้อย

==










ด่วน ข่าวลับประยุทธ์และหลังบ้าน แตกอีกแล้ว และการครอบงำของจีน (น่ากลัวมาก)

เป็นข่าวลือส่งมาทางไลน์  โปรดใช้วิจารณญาณ

ด่วน ข่าวลับประยุทธ์และหลังบ้าน แตกอีกแล้ว และการครอบงำของจีน (น่ากลัวมาก)

ด่วน ..ข่าวลับบิ๊กตู่หลุดอีกแล้ว คราวนี้นั่งประชุมหัวโต๊ะด่ายับบรรยากาศลูกน้องสุดเครียด จวกแหลกทั้งชาติฝรั่งเศส เยอรมัน นิวซีแลนด์และประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่ยอมส่งคืนเสื้อแดงที่หนีออกนอกประเทศกลับมาเข้าคุกไทย บอกไม่สนใจนานาชาติจะประท้วงว่าตนละเมิดกฎหมายสากล เพราะไม่สนใจชาติไหนอยู่แล้ว ทุกวันนี้คบกับจีนสบายดี ไทยมีมีคน 67 ล้านประเทศจีนมีเกือบ1300 ล้านเดี๋ยวจีนก็มากลืนชาติไทยเอง เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้วตอนนี้ เมื่อตกลงกันมาก่อนยึดอำนาจแล้ว เปลี่ยนไปเลือกตั้ง อำนาจทหารก็จะเปลี่ยน ทหารไม่โง่แล้วยัง ของขึ้นด่าสื่อเรื่องซื้อเรือดำน้ำ ทางรัฐบาลจีนเห็นว่าไทยต้องมีเรือดำน้ำเพื่อทำงานประสานกันทางด้านความมั่งคงร่วมกับจีนใต้น้ำได้ ทุกวันนี้ไม่มีใครมาทำอะไรประเทศเราได้ เพราะจีนดูแลเราดี เราเลือกจะเดินไปกับจีนด้วยกัน พลเอกประยุทธ์ตอนหนึ่งในระหว่างบรีฟกับลูกน้องใกล้ชิด                            ทางข่าวลึกอีกด้านรายงานกันมาว่าเสธวินธัยถอนตัวจากทีมทำงานด้านโฆษกไปเงียบๆ เนื่องจากพลเอกประยุทธ์จับได้ว่าวินธัยเอาเรื่องของตนและภรรยานางนราพรไปด่าบ่นๆกับเพื่อนๆของเสธวินธัย เรื่องขาดความเป็นผู้นำของพลเอกประยุทธ์และความจุ้นจ้านสั่งการบีบบังคับลูกน้องของนางนราพรมักให้ทำอย่างโน้นอย่างนี้อย่างที่นางนราพรต้องการเสมอ นางนราพรคลั่งติดโซเซี่ยลมีเดีย จึงขอพลเอกประยุทธ์ตั้งทีมงานล่าคนในโลกโซเซี่ยลที่ด่าครอบครัว สั่งให้พลเอกประยุทธ์ต้องจับคนเข้าคุกสองคนแล้ว เรื่องไม่พอใจข่าวปูดปฎิวัติซ้อนและข่าวเงินหมื่นล้านไปสิงคโปร์ กลายเป็นนางนราพรคือผู้สั่งการให้จับเสื้อแดงมาขังคุกเองหมด ให้เน้นไปที่เสื้อแดงที่เป็นผู้หญิง จึงไม่ใช่พลเอกประยุทธ์เป็นคนสั่งให้จับ  จนลูกน้องทีมปฎิวัติการส่ายหัวและเริ่มทนเห็นหายนะจากความเครียดของนางนราพรไม่ได้แล้ว เพราะวันๆอยู่กับคนใกล้ชิดที่ไม่สันทัดทางกฎหมายและการเมืองจึงขออำนาจจากพลเอประยุทธ์มาจับคนเข้าคุกแบบจิตใจคับแคบ จะยิ่งสร้างความเกลียดชังให้ครอบครัวจันทร์โอชามากขึ้น ทั้งที่พลเอกประยุทธ์ก็ต้องการสร้างความปรองดองให้แต่ละฝ่ายมากขึ้น แต่เบื้องหลังนางนราพรกลับกระทำสิ่งที่ตรงข้ามอย่างเมียสิ้นคิด สมแล้วที่พลเอกประยุทธ์เบื่อจนมีเมียน้อย
==


Friday, July 10, 2015

PIANGDIN ACADEMY: กินีดำเนินคดีเอาผิดกับอดีต "หัวหน้าคณะรัฐประหาร" ฐ...

กินีดำเนินคดีเอาผิดกับอดีต "หัวหน้าคณะรัฐประหาร" ฐานสังหารหมู่ผู้ต่อต้านรัฐบาล

วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 เวลา 06:20:00 น.


จากรายงานของเอเอฟพี เมื่อวันพุธที่ผ่านมา คณะตุลาการของกินีได้มีมติดำเนินคดีเอาผิดกับอดีตหัวหน้าคณะรัฐประหารของกินีที่หลบหนีไปอยู่บูร์กินาฟาโซ จากการสังหารหมู่เมื่อปี 2009 ในสนามกีฬาโคนากรี ซึ่งทำให้ผู้ประท้วงเสียชีวิต 157 ราย
http://www.matichon.co.th/online/2015/07/14365049801436504998l.jpg

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กันยายน ปี 2009 เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดฉากยิงใส่ผู้ประท้วงที่มารวมตัวกันที่สนามกีฬาหลักของประเทศ เพื่อต่อต้านการปกครองโดยคณะทหารซึ่งนำโดย นายมุสซา ดาดิส คามารา ซึ่งนอกจากจะมีผู้เสียชีวิตแล้วยังมีผู้หญิงหลายคนถูกข่มขืน ประชาชนจำนวนมากได้รับบาดเจ็บ และยังมีผู้สูญหายอีกหลายสิบคน

นายฌอง-บาปติซ โจคามี ฮาบา หนึ่งในผู้ให้การสนับสนุนนายคามารา กล่าวกับเอเอฟพีว่า คณะตุลาการได้เดินทางมาสอบปากคำนายคามาราถึงบูร์กินาฟาโซ ถึงความเกี่ยวโยงของนายคามารากับเหตุการณ์สังหารหมู่เมื่อวันที่ 28 กันยายน ปี 2009 ก่อนมีมติดำเนินคดีกับนายคามารา

นายอับดุล กาดิรี ดิอัลโล นักสิทธิมนุษยชนจากองค์กรเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในกินี (OGDH) กล่าวว่า ในฐานะประธานาธิบดี นายคามารา เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกองทัพ การอ้างว่าเขาไม่มีส่วนรู้เห็นในเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการพูดขณะที่เขาหมดจากอำนาจแล้ว และหากเขาไม่ได้เป็นผู้ควบคุมกองทัพในช่วงเวลาดังกล่าวจริงก็ถือเป็นความผิดเช่นกัน

PIANGDIN ACADEMY: กินีดำเนินคดีเอาผิดกับอดีต "หัวหน้าคณะรัฐประหาร" ฐ...

กินีดำเนินคดีเอาผิดกับอดีต "หัวหน้าคณะรัฐประหาร" ฐานสังหารหมู่ผู้ต่อต้านรัฐบาล

วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 เวลา 06:20:00 น.


จากรายงานของเอเอฟพี เมื่อวันพุธที่ผ่านมา คณะตุลาการของกินีได้มีมติดำเนินคดีเอาผิดกับอดีตหัวหน้าคณะรัฐประหารของกินีที่หลบหนีไปอยู่บูร์กินาฟาโซ จากการสังหารหมู่เมื่อปี 2009 ในสนามกีฬาโคนากรี ซึ่งทำให้ผู้ประท้วงเสียชีวิต 157 ราย
http://www.matichon.co.th/online/2015/07/14365049801436504998l.jpg

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กันยายน ปี 2009 เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดฉากยิงใส่ผู้ประท้วงที่มารวมตัวกันที่สนามกีฬาหลักของประเทศ เพื่อต่อต้านการปกครองโดยคณะทหารซึ่งนำโดย นายมุสซา ดาดิส คามารา ซึ่งนอกจากจะมีผู้เสียชีวิตแล้วยังมีผู้หญิงหลายคนถูกข่มขืน ประชาชนจำนวนมากได้รับบาดเจ็บ และยังมีผู้สูญหายอีกหลายสิบคน

นายฌอง-บาปติซ โจคามี ฮาบา หนึ่งในผู้ให้การสนับสนุนนายคามารา กล่าวกับเอเอฟพีว่า คณะตุลาการได้เดินทางมาสอบปากคำนายคามาราถึงบูร์กินาฟาโซ ถึงความเกี่ยวโยงของนายคามารากับเหตุการณ์สังหารหมู่เมื่อวันที่ 28 กันยายน ปี 2009 ก่อนมีมติดำเนินคดีกับนายคามารา

นายอับดุล กาดิรี ดิอัลโล นักสิทธิมนุษยชนจากองค์กรเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในกินี (OGDH) กล่าวว่า ในฐานะประธานาธิบดี นายคามารา เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกองทัพ การอ้างว่าเขาไม่มีส่วนรู้เห็นในเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการพูดขณะที่เขาหมดจากอำนาจแล้ว และหากเขาไม่ได้เป็นผู้ควบคุมกองทัพในช่วงเวลาดังกล่าวจริงก็ถือเป็นความผิดเช่นกัน

กินีดำเนินคดีเอาผิดกับอดีต "หัวหน้าคณะรัฐประหาร" ฐานสังหารหมู่ผู้ต่อต้านรัฐบาล

กินีดำเนินคดีเอาผิดกับอดีต "หัวหน้าคณะรัฐประหาร" ฐานสังหารหมู่ผู้ต่อต้านรัฐบาล

วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 เวลา 06:20:00 น.


จากรายงานของเอเอฟพี เมื่อวันพุธที่ผ่านมา คณะตุลาการของกินีได้มีมติดำเนินคดีเอาผิดกับอดีตหัวหน้าคณะรัฐประหารของกินีที่หลบหนีไปอยู่บูร์กินาฟาโซ จากการสังหารหมู่เมื่อปี 2009 ในสนามกีฬาโคนากรี ซึ่งทำให้ผู้ประท้วงเสียชีวิต 157 ราย
http://www.matichon.co.th/online/2015/07/14365049801436504998l.jpg

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กันยายน ปี 2009 เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดฉากยิงใส่ผู้ประท้วงที่มารวมตัวกันที่สนามกีฬาหลักของประเทศ เพื่อต่อต้านการปกครองโดยคณะทหารซึ่งนำโดย นายมุสซา ดาดิส คามารา ซึ่งนอกจากจะมีผู้เสียชีวิตแล้วยังมีผู้หญิงหลายคนถูกข่มขืน ประชาชนจำนวนมากได้รับบาดเจ็บ และยังมีผู้สูญหายอีกหลายสิบคน

นายฌอง-บาปติซ โจคามี ฮาบา หนึ่งในผู้ให้การสนับสนุนนายคามารา กล่าวกับเอเอฟพีว่า คณะตุลาการได้เดินทางมาสอบปากคำนายคามาราถึงบูร์กินาฟาโซ ถึงความเกี่ยวโยงของนายคามารากับเหตุการณ์สังหารหมู่เมื่อวันที่ 28 กันยายน ปี 2009 ก่อนมีมติดำเนินคดีกับนายคามารา

นายอับดุล กาดิรี ดิอัลโล นักสิทธิมนุษยชนจากองค์กรเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในกินี (OGDH) กล่าวว่า ในฐานะประธานาธิบดี นายคามารา เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกองทัพ การอ้างว่าเขาไม่มีส่วนรู้เห็นในเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการพูดขณะที่เขาหมดจากอำนาจแล้ว และหากเขาไม่ได้เป็นผู้ควบคุมกองทัพในช่วงเวลาดังกล่าวจริงก็ถือเป็นความผิดเช่นกัน