Saturday, June 13, 2015

ข่าวลับกรองแล้ว 13 มิ.ย. 2558 ปู่หมดน้ำยาแล้ว โชว์ตัวอีกไม่ได้แล้ว!!!



ข่าวลับกรองแล้ว13 มิถุนายน 2558

"ปู่หมดน้ำยารับคำท้าออกมาโชว์ตัวไม่ได้แล้ว"
สืบความลับจับมาตีแผ่เผยแพร่เป็นประจำในขบวนการประชาธิปไตยไทยในสแกนดิเนียเวียโดยกลุ่มเสียงประชาชนไทย(สปท.)  http://thaiscandemo.blogspot.com/

*แต่เดิมใครท้าว่ากษัตริย์ภูมิพลหมดสภาพแล้วเป็นไม่ได้ท่านจะถ่อกายออกมาโชว์ทุกครั้งเพื่อยืนยันว่า"ข้ายังอยู่นะว้อย"แต่คราวนี้เห็นทีไม่มีอีกแล้วนับแต่กลับเข้าโรงพยาบาลครั้งล่าสุดเพราะแม้ยังไม่หมดลมหายใจแต่แค่จะตั้งกายให้นั่งรถเข็นก็เป็นไปไม่ได้แล้ว...หากวันนี้อาจารย์สุรชัย แซ่ด่านจะประกาศท้าขี้ข้าก็ไม่กล้าเข็นออกมาให้ใครเห็นเพราะหมดสภาพจริงๆ...ยิ่งเห็นก็ยิ่งเสื่อมและสังเวชเพราะปากที่เคยหุบไม่ลงก็ยังคงเดิมแถมใบหน้าลูกกะตาก็จะเอ๋อตามภาวะของสมองที่หมดสภาพจากการช็อคและกู้คืนยาก...คงปิดบังอำพรางไม่ได้แล้ว
*ข่าววงในการกลับมาศิริราชครั้งล่าสุดนั้นเกิดอาการช็อคหมดสติจึงเกิดคำสั่งว.กระทันหันเร่งด่วนทั้งรถทั้งเครื่องบิน...จึงเกิดสายข่าวต่างประเทศรายงานว่าท่านเด็จทางฮ.แต่ไม่ว่าเด็จทางใหนหมอใหญ่ก็ไม่กล้าให้สัญญาว่าจะสามารถรักษาให้กลับมาแค่เก่า(ที่ปากหวอยกแขนไม่ขึ้น)ได้,วันนี้คงไม่กล้าปากแข็งสัญญาแล้ว


*ปิดอย่างไรก็ไม่มิดไม่รู้คิดได้อย่างไรที่แถลงว่า"เป็นการตรวจสุขภาพตามปกติ"แต่10กว่าวันแล้วยังตรวจไม่เสร็จสักที?...ถึงวันนี้ยังไม่มีแถลงการณ์เลยว่าอาการตรวจปกติเป็นอย่างไร?แต่กลับมีข่าวลือว่าตายแล้วทั่วประเทศพร้อมทั้งข่าวเตรียมพร้อมของทหารสายใครสายมันทั้งชายทั้งหญิงที่ทำท่าฮึ่มๆใส่กันตามมาไม่เว้นแต่ละวัน

*ความผิดปกติมีให้เห็นที่ศาลา100ปีศิริราชที่เคยตั้งโต๊ะแล้วเกณฑ์คนจากหน่วยราชการต่างๆทั่วประเทศใช้งบส่งเสริมสถาบันพระมหากษัตริย์เวียนกันเดินทางมาคารวะรูปภาพคล้ายๆเคารพรูปงานศพนั้นถูกยกเลิกแล้วเมื่อร่างของภูมิพลมาถึงโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่1มิถุนายน...เหตุผลสำคัญเพราะนับแต่นี้กิจกรรมเกี่ยวกับรัชกาลที่9ที่แสดงออกถึงการมีพระพลานามัยสมบูรณ์จะต้องลดโทนลงทั้งหมดเพราะเห็นว่ากิจกรรมใดๆที่กระตุ้นให้คนสนใจและคอยแต่จะมาเฝ้ารับเสด็จล้วนแล้วแต่ไม่เป็นประโยชน์เพราะเป็นการกระตุ้นให้เกิดความสนใจเกี่ยวกับ"พระอาการ"ที่"หมดอาการ"แล้ว,ยิ่งปกปิดข่าวหมดสภาพยากใหญ่...คิดแล้วมีแต่เสียมากกว่าได้
*สัญญานที่บอกให้รู้ความจริงว่าดวงตะวันเก่าจะลับฟ้าก็คือการสร้างภาพลักษณ์ของดวงตะวันใหม่ก็ดูเอาจริงเอาจังเสมือนการเสริมภาพฟ้าชาย(ที่ไม่ค่อยจะสร้างภาพ)เช่นทำการฟอกขาวภาพราชสำนักด้วยการปราบปรามขุนนางกังฉินอย่างนายมนตรีกรมวังที่เป็นข่าวขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ...แต่สปท.มองเกมส์นี้ว่าฟ้าชายยิงนกด้วยกระสุนนัดเดียวแต่ได้นกทั้งฝูงเพราะสิ่งที่ได้แน่ๆคือแสดงบารมีอำนาจว่าคนในวังถ้ายังรักชีวิตที่สุขสบายก็ทำตัวให้ดีๆในช่วงเปลี่ยนผ่านไม่เช่นนั้นจะเจอของแข็ง

*แม้หมอไม่แถลงเรื่องจริงแต่โอบาม่าประธานาธิบดีสหรัฐแถลงเองก็ได้...อาการโคม่าของภูมิพลในการกลับเข้าศิริราชอย่างฉุกเฉินรายงานถึงทำเนียบขาวจนโอบามาต้องออกมาพูดถึงในงานต้อนรับผู้นำเยาวชนแห่งเอเซียที่ทำเนียบขาว

*สัญญานใหญ่ที่ประยุทธ์บอกใบ้ด้วยตัวเองว่ากษัตริย์ใกล้ม้วยมรณาก็คือการส่งสัญญานว่าจะอยู่ต่ออีกสองปีโดยให้พระสุวิท(พุดไถอิสระ)พาพรรคพวกออกมายื่นหนังสือเรียกร้องให้ทำประชามติขอให้ยุทธ์เหล่อยู่ต่อเพราะคสช.เตรียมแผนไว้แต่ต้นว่าเวลากษัตริย์ใกล้ตายคือนาทีทองของการเสวยอำนาจ,เมื่อได้จังหวะสุเทพก่อหวอดคสช.ก็ช่วยหนุนและวันนี้ก็ปล้นอำนาจสำเร็จแล้วเมื่อกษัตริย์ตายอย่างไงก็เลือกตั้งไม่ได้เพราะแค่จัดงานศพก็หมดปีแล้วก็เข้าล็อคจึงแพลมไต๋ทันทีให้มีสุนัขรับใช้ออกมาเห่าหอนถามทาง...สภาพฝันหวานของยุทธ์เหล่ที่ทำเฉไฉมองเห็นแล้วไทยฉิบหายแน่ๆ
*เข้าล็อคเสรีไทยที่เลขาใหญ่จารุพงศ์ประกาศกับประชาชนมาตั้งแต่ต้นเมื่อรัฐประหารเสร็จใหม่ๆว่าอย่างไงอย่างไง๋คสช.ก็จะไม่ให้มีเลือกตั้งแน่นอน...วันนี้ก็ชัดเจนแล้ว

*ประธานาธิบดีอเมริกา(ไม่ได้นั่งว่างๆแบบประยุทธ์ที่วันๆนั่งคิดแต่ถ้อยคำที่จะใช้เสียดสีนักข่าวและแสวงหาอำนาจไม่รู้จบ)ร้อยวันพันปีไม่ได้พูดถึงอาการป่วยของกษัตริย์ภูมิพลเลย(ทั้งที่ป่วยมานาน)ยังต้องเอ่ยถึงสุขภาพเป็นครั้งแรกเพราะได้รับรายงานสายตรงจากสถานฑูตในไทยและสำนักข่าวกรองที่ได้ข่าวจากก้นวังอย่างแม่นยำว่ากษัตริย์ภูมิพลหมดสภาพแล้ว...จากนี้จะพูดอีกทีตอนไว้อาลัย
*ใครก็รู้ว่ากษัตริย์ภูมิพลคือผู้กุมนโยบายรัฐตัวจริง(ยกเว้นอาจารย์มหาวิทยาลัยในประเทศไทยที่ไม่รู้)ดังนั้นการจะจากไปของกษัตริย์ภูมิพลหมายถึงความเสี่ยงภัยทางนโยบายของไทยที่สหรัฐอเมริกาจะต้องจับตามองหลังจากที่ไทยมีนโยบายคงที่มายาวนานกว่า50ปีตลอดรัชสมัย...นี่คงเป็นเหตุผลหนึ่งที่โอบามาออกมากล่าวถึงและมีภาพนั่งคุยกับทักษิณสองต่อสองที่เยอรมันออกเผยแพร่

*เห็นภาพทักษิณนั่งคุยกับโอบามาก็ยิ่งเวทนาประยุทธ์กับพลเอกธนะศักดิ์ที่วิ่งไล่งับยึดพาสปอร์ตและจะถอดยศทักษิณเพราะนั่งคุมงานต่างประเทศแต่เกรดต่ำแค่งานอาชีวะ
*ทำท่าไล่ล่าจะถอดยศทักษิณทั้งๆที่ไม่ได้ทำผิดฆ่าคน...ระวังให้ดีเดือนนี้เป็นเดือนตายของรัชกาลที่8ที่ทุกคนรู้แล้วว่ากษัตริย์ภูมิพลเป็นคนสังหารพี่ชายระวังอีกไม่นานจะมีคนเสนอให้ถอดยศกษัตริย์ภูมิพลในฐานะฆาตรกรตัวจริงรวมทั้งการสั่งฆ่าประชาชนในเหตุการณ์14ตุลา2516 และ6ตุลา2519และกรณีเหตุการณ์ราชประสงค์เลือด"ไอ้เหี้ยสั่งฆ่าอีห่าสั่งยิง"รวมทั้งคณะคสช.ทั้งชุดที่เป็นมือสังหาร...เพราะประยุทธ์ไม่ได้อยู่ค้ำฟ้าพระราชาก็ต้องตายแต่ประวัติศาสตร์ของประชาชนที่ถูกต้องเป็นจริงจะต้องปรากฎขึ้น

*ภาพการปรากฎตัวของทักษิณในที่สาธารณะปรากฎถี่ขึ้น,ภาพยิ่งลักษณ์ก็กระชั้นถี่ในประเทศถ้าประยุทธ์ยังไม่รู้ทีว่านี้คือสัญญานทางการเมืองที่กำลังบอกยุทธ์เหล่ว่างานกำลังจะเข้าก็คงจะสมแล้วกับการเป็นตุ๊กตาของเล่นของวังที่ชอบปั้นคนโง่ๆไว้ใช้งาน

*อย่าคาดหวังว่าข่าวกษัตริย์ภูมิพลสิ้นชีวิตจะเกิดขึ้นในเร็ววันเพื่อจะเกิดรัชกาลใหม่เพราะขบวนการยื้ออำนาจในราชสำนักจะดึงให้ยาวนานที่สุดแม้ตายแล้วก็จะเก็บร่างไว้เพื่อใช้เป็นเหตุว่าท่านยังอยู่ก็ยังตั้งรัชกาลใหม่ไม่ได้ตาม"สังฆราชญานสังวรโมเดล"จนวันนี้นานกว่า10ปีแล้วมีแต่ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสังฆราชโดยอ้างราชประเพณี...ชัดเจนแล้วว่ารัชกาลที่10ไม่มี(จะมีก็แต่ผู้สำเร็จราชกาลแทน)และคนที่ทำลายสถาบันกษัตริย์มิใช่ใครอื่นคือกษัตริย์ภูมิพลเอง
*การสถาปณารัชกาลที่10เมื่อรัชกาลที่9ไม่ทำ,องคมนตรีก็ไม่จัดการส่วนรัฐบาลก็อาศัยหารับประทานไปวันๆแล้วจะให้ชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำเพราะเศรษฐกิจฝืดเคืองเป็นคนทำเรื่องนี้ได้อย่างไร?...ความรับผิดชอบของคนพวกนี้ที่เฝ้าสอนประชาชนให้"รับผิดชอบต่อหน้าที่"อยู่ที่ใหนกัน?

*ย้ำอีกทีนับแต่นี้ไปกฎหมายไทยทั้งหมดเถื่อนหมดและการใดๆทั้งหมดที่อ้างว่ากษัตริย์ภูมิพลเป็นผู้ลงนามล้วนแล้วแต่ปลอมลายเซนต์ทั้งสิ้นเพราะป๋าอ้าขายกแขนไม่ได้แล้ว

*สายข่าววงในของสปท.ยังมีประสิทธิภาพพิสูจน์ได้จากข่าวขณะนี้ว่า"คุณพ่อตา"ของเสี่ยหรือคุณพ่อของราชองครักษ์หญิงคนสำคัญที่ทำงานเก่งมากปีเดียวยศขึ้นจากพันตรีเป็นพลอากาศตรีหญิงสุธิตากำลังนอนพักฟื้นจากการผ่าตัดตับอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชเหมือนกัน(ทั้งที่ข่าวหนังสือพิมพ์ไม่ได้ลง)แต่ขณะนี้ปลอดภัยแล้ว...พบกันใหม่ในเร็ววันหากมีข่าวด่วนยิ่งกว่านี้//

-----------จบ-----------





ชมและเชียร์ฟุตบอลรอบรองชนะเลิศ ไทย-อินโดนีเซีย ที่นี่ 13 มิ.ย. 2558









จิตร ภูมิศักดิ์-อาณาจักรความรัก



Download








จิตร ภูมิศักดิ์-อาณาจักรความรัก บทเพลงสะท้อนความรัก ของจิตร ภูมิศักดิ์



Download








จิตร ภูมิศักดิ์-อาณาจักรความรัก บทเพลงสะท้อนความรัก ของจิตร ภูมิศักดิ์



Download








คู่มือการต่อต้านรัฐประหาร แบบสันติวิธีอย่างสร้างสร...






























คู่มือการต่อต้านรัฐประหาร
แบบสันติวิธีอย่างสร้างสรรค์
ภูมิวัติ นุกิจ กลุ่มรองเท้าแตะ

http://www.9dern.com/rsa/view.php?id=1295
ประเทศเป็นของประชาชน อำนาจในการปกครองเป็นของประชาชน และอธิปไตยต่างเป็นของประชาชนเช่นกัน
การรัฐประหารคือศัตรูของประชาชน เนื่องจากการรัฐประหาร
คือการทำลายระบอบประชาธิปไตยอย่างสิ้น
เชิง ซึ่งการรัฐประหารก็คือการประหารรัฐนั้นเอง
โดยคณะผู้ก่อการทุกคณะต่างไม่เคยเชื่อมั่นในการแก้ไขการเปลี่ยนผ่านวิกฤติทางการเมืองโดยพลังของประชาชนเอง
การออกกฏ คำสั่งหรือประกาศต่างๆ ถือเป็นการ
กระทำที่ขัดต่อศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ของแต่ละบุคคล
และขัดต่อสิทธิความเป็นคนโดยธรรมชาติที่จะหายใจ ที่เคลื่อนไหว ที่จะคิด ที่จะเขียน
ที่จะอ่าน หรือที่จะพูดคุยสื่อสารกันอย่างมีอารยะในหมู่ประชาชน
พึงตระหนักเถิดว่าประชาชนคือเจ้าของประเทศผู้เสียภาษีทั้งทางตรงและทางอ้อม
ปืนทุกกระบอก รถถังทุกคัน ระเบิดทุกลูก เสื้อผ้าที่คณะเผด็จการผู้ก่อการสวมใส่
หรือบ้านพักและรถประจำตำแหน่งฯลฯล้วนมาจากเงินและหยาดเหงื่อของประชาชน

ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าประชาชนไม่เคยได้อะไรจากการรัฐประหาร
สิ่งที่ได้คือความอดอยาก
ความหวาดกลัวและการถูกบังคับให้อยู่ภายใต้อำนาจเผด็จการของคณะผู้ก่อการทุกยุคทุกสมัย
และสิ่งที่ผู้ก่อการพยามทำให้สำเร็จก็คือการโฆษณาชวนเชื่อต่อประชาชน
การปิดกั้นข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริง เพื่อมอมเมาประชาชนให้เชื่อ
และสิ่งสำคัญที่คณะเผด็จการผู้ก่อการทุกคณะต้องทำคือการสืบทอดอำนาจของตนเอง
เพื่อป้องกันการรัฐประหารซ้อน การถูกเอาคืน
เนื่องจากหากการทำรัฐประหารผิดพลาดถือว่าเป็นกบฏต่อรัฐ
ในความเป็นจริงการรัฐประหารก็คือการเป็นกบฏต่อคนส่วนใหญ่อย่างชัดเจน
เพราะเป็นการกระทำของบุคคลหรือคณะเพียงกลุ่มเดียว
และการรัฐประหารมันมีปัญหาในตัวของมันเองทั้งในแง่ของเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์
นิติศาสตร์ฯลฯ
เพราะประชาชนคนทุกข์ยากได้เรียนรู้แล้วว่าจะไม่อนุญาตให้คณะบุคคลมากำหนดชีวิตเขาอย่างแน่นอน
สิ่งสำคัญอีกประการที่คณะผู้ทำการรัฐประหารต้องทำ
ก็คือแสวงหาผลประโยชน์แบ่งเค้กความสำเร็จกันในหมู่พรรคพวกผู้ก่อการ
ดังนั้นประชาชนทั้งหลายย่อมมีสิทธิ ที่จะต่อต้านคณะเผด็จการ
ได้ในทุกรูปแบบทั้งโดยสงบ สันติและเปิดเผยดังต่อไปนี้
บัญญัติ 14 ประการคัดค้านรัฐประหาร
ทันทีที่มีการรัฐประหาร ขอให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศพร้อมใจกันดำเนินการดังต่อไปนี้
1. หากหยุดงานได้พร้อมใจกันหยุดงานทั่วประเทศโดยทันที
เพื่อเป็นการไม่ให้ความร่วมมือกับคณะเผด็จการผู้ก่อการ
2. ออกมายืนตามท้องถนน
ถ้ามีการปราบให้สลายตัวกลับเข้าบ้านหรือที่ทำงาน แล้วจึงออกมาใหม่ หรือให้พยามหลบภัยเข้าไปยังสำนักงานสหประชาชาติ
(ประจำประเทศไทย) ให้ได้
3 . จอดรถ หรือนำสิ่งของทิ้งไว้กลางถนน
เพื่อขวางการเคลื่อนย้ายกำลังพล และอาวุธของคณะเผด็จการผู้ก่อการ
4 . ปฏิเสธคำสั่ง หรือประกาศใดๆ
และไม่ให้ความร่วมมือทุกประการแก่คณะรัฐประหาร
5 . พยายามเป็นมิตรกับทหารที่เป็นลูกหลานของเรา
ซึ่งที่เขาไม่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหารและชักชวนเขามาร่วมคัดค้านรัฐประหาร
6 . ยึดมั่นในสันติวิธี
ผูกผ้าสีเขียวไว้ที่แขนเพื่อความสมานฉันท์ และเป็นสัญลักษณ์ของสันติวิธี
ให้อดกลั้นต่อความโกรธ แม้จะถูกยั่วยุและปราบปราม
7 . โทรศัพท์ โทรสาร อีเมล์หรือส่งข้อความ
หรือใช้วิธีส่งข่าวอื่นๆเพื่อขยายการคัดค้านรัฐประหารให้กว้างขวางออกไปให้มากที่สุด
8 . คณะผู้ก่อการรัฐประหารเดินทางไปที่ไหนให้
พี่น้องประชาชนที่อยู่ที่นั่น ช่วยกันประณาม โดยการก่นด่าหรือตะโกน
เพื่อแสดงออกอย่างชอบธรรมว่าประชาชนไม่ ยอมรับคณะผู้ก่อการ
9. ประณามองค์กรภาคประชาชน สื่อมวลชนหรือองค์กร
หน่วยงานต่างๆที่สนับสนุนการรัฐประหาร
10. งด หรือไม่ซื้อสินค้าของกลุ่มทุนที่สนับสนุนการรัฐประหาร
หากมาตรการขั้นแรกไม่ได้ผลให้ดำเนินการต่อไปดังนี้
11. ถอนเงินออกจากธนาคารทุกแห่ง
12.ขายหุ้นที่มีอยู่ออกให้หมด
และขายเงินบาทไปซื้อเงินดอลล่าร์มาเก็บไว้
13.ถ้าเป็นข้าราชการ ก็ให้ลาออก
หากทำไม่ได้ให้เลี่ยงงานหรือเฉื่อยงาน และช่วยกันส่งข้อมูล
ข้อเท็จจริงที่มีอยู่เกี่ยวกับการทำรัฐประหารของคณะผู้ก่อการให้กับประชาชนที่ต่อต้านการรัฐประหาร
14.งดจ่ายภาษี ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ
แนวทางเพื่อการต่อต้านรัฐประหาร
การต่อสู้เพื่อต้านรัฐประหารสามารถกำหนดแนวทางต่างๆที่เฉพาะเจาะจง
เพื่อเป็นพื้นฐานขั้นต้นของยุทธวิธีต่อต้านรัฐประหารให้มีประสิทธิภาพดังนี้
1.ไม่ยอมรับการรัฐประหารนั้น
และประณามผู้นำกลุ่มรัฐประหารว่าไม่มีความถูกต้องชอบธรรม
และสมควรได้รับการปฏิเสธหากก้าวขึ้นมาเป็นรัฐบาล
การก่นประณามผู้ก่อการนี้ควรได้รับการสนับสนุนจากบรรดาผู้นำที่มีคุณธรรม
, ผู้นำทางการเมืองและทางศาสนา,เจ้าหน้าที่รัฐและสมาชิกของสถาบันทางสังคมต่างๆทั้งหมด (อันได้แก่
สถาบันการศึกษา
, สื่อมวลชน และการสื่อสาร)
รวมไปถึงหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ทั้งในระดับชาติ
ท้องถิ่น ภูมิภาค หรือจังหวัด ตลอดจนประชาชนในภาคส่วนต่างๆ
2. ปฏิเสธที่จะกระทำการใดๆ
ที่เป็นการสร้างความชอบธรรมให้แก่กลุ่มผู้ก่อการรัฐประหาร ทั้งนี้ รวมไปถึงการไม่พยายามให้ผู้นำทางการเมืองที่ถูกกฎหมายไปเจรจาประนีประนอมกับกลุ่มคนเหล่านี้
3 .ให้ถือว่าคำสั่งและประกาศต่างๆของคณะรัฐประหาร
ที่ขัดแย้งกับกฎหมายที่มีอยู่ปัจจุบันนั้น เป็นสิ่งผิดกฎหมาย
และไม่ต้องให้ความเคารพเชื่อฟัง
4 .พยายามให้การต่อต้านทั้งหมดเป็นไปอย่างสันติวิธี
เพื่อทำการต่อต้านรัฐประหารอย่างมีประสิทธิผลสูงที่สุด
อย่ากระตุ้นให้เกิดการกระทำอันรุนแรง หรือขาดความรอบคอบสุขุม
5 .ปฏิเสธและไม่เชื่อฟังกลุ่มรัฐประหารไม่ว่าจะกระทำการใดๆ
ที่เพื่อสถาปนาตนเองและเข้าควบคุมเครื่องมือของรัฐและสังคม
6 .ไม่ให้ความร่วมมือแก่ผู้ก่อการรัฐประหารทุกๆวิถีทาง
ผู้จะดำเนินการเช่นนี้หมายรวมไปถึงประชาชนทั่วไป
,ผู้เชี่ยวชาญและข้าราชการทุกคน,
ผู้นำทางการเมืองทุกคนของรัฐและพรรคการเมืองทุกพรรครวมทั้งพรรค
รัฐบาลชุดก่อน,หน่วยงานกลางและหน่วยงานทุกหน่วยงาน
ทุกกระทรวง
,ทบวง,กรม,กอง ระดับภูมิภาค และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, กลุ่มสาขาอาชีพและผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ,
พนักงานทุกคนขององค์กรประเภทสื่อและองค์กรด้านการสื่อสาร,พนักงานทุกคนของระบบขนส่ง, ตำรวจ,ทหารและกรมกองต่างๆในกองทัพ,ผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ตุลาการทุกคน,พนักงานในสถาบันการเงินทุกแห่งทั้งของรัฐและเอกชน
ตลอดจนเจ้าหน้าที่และสมาชิกของสถาบันอื่นๆทั้งหมดของสังคม
7.ไม่ยอมรับคำสั่งและระเบียบข้อบังคับของคณะรัฐประหาร
แต่ยังคงรักษาหน้าที่ตามปกติของสังคม
หากว่าภาระหน้าที่นั้นสอดคล้องกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับก่อนเกิดรัฐประหาร
รวมไปถึงกฎหมาย และนโยบายของรัฐและสถาบันทางสังคมที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ส่วนภาระหน้าที่ของประชาชนดังกล่าวควรจะดำเนินต่อไป
จนกระทั่งและตราบเท่าที่ยังไม่ถูกถอดถอนอย่างชัดแจ้งออกจากสถานที่ทำงาน
, สำนักงาน
และศูนย์กิจกรรม
ต่างๆ แต่ถึงกระนั้นก็ควรพยายามดำเนินหน้าที่ในตำแหน่งอื่นๆต่อไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
ทั้งนี้ ผู้จะทำตามข้อแนะนำนี้หมายรวมเฉพาะเจ้าหน้าที่ และพนักงานของกระทรวง กรม
กองและหน่วยงานต่างๆของรัฐบาล
8
.รักษาหน้าที่ของหน่วยงานด้านการปกครองและหน่วยงานทางสังคมที่ถูกต้องตามกฎหมาย
บางครั้งอาจต้องสร้างองค์กรสำรองที่จำเป็นขึ้นมา
เพื่อสืบต่อหน้าที่ขององค์กรที่ถูกทำลาย หรือถูกคณะรัฐประหารสั่งปิดไป
9 .ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลที่สำคัญแก่ผู้ก่อรัฐประหาร
และกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐประหาร ถ้าจำเป็นก็ให้ถอดป้ายบอกทาง ชื่อถนน สัญญาณการจราจร
เลขที่บ้าน ฯลฯ ทั้งนี้เพื่อระงับกิจกรรมของคณะรัฐประหารและปกป้องประชาชนไว้ไม่ให้ถูกจับกุม
10. ไม่ให้วัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็นแก่คณะผู้ก่อการ
ถ้าเป็นไปได้อาจต้องเก็บซ่อนสิ่งเหล่านี้ไว้ด้วย
11. มีการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ด้วยมิตรภาพกับหน่วยงานต่างๆ และกองกำลังทหารที่รับใช้คณะรัฐประหาร
พร้อมๆไปกับการต่อต้านอย่างแข็งขืน
อธิบายเหตุผลต่างๆที่จำเป็นต้องต่อต้านรัฐประหารให้พวกเขาทราบ
ยืนยันว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงใดๆ ต่อพวกเขา พยายามบั่นทอนความเชื่อมั่น
และโน้มน้าวให้พวกเขาให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ต่อต้าน
โดยอาจจะเป็นไปในรูปแบบของการจงใจใช้วิธีที่ไม่บังเกิดผลในการปราบปรามประชาชน
การส่งผ่านข้อมูลให้แก่ผู้ต่อต้านและอาจถึงขั้นรุนแรง
ด้วยการที่เหล่าทหารละทิ้งจากคณะรัฐประหาร
และหันมาร่วมต่อสู้เรียกร้องสันติภาพอย่างสันติวิธีกับกลุ่มผู้ต่อต้าน
โดยพยายามชักชวนให้เหล่าทหารและหน่วยงานต่างๆที่จำเป็น หันมายึดมั่นในบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายก่อนหน้านี้
12.ปฏิเสธที่จะช่วยคณะรัฐประหารทำการเผยแพร่คำโฆษณาชวนเชื่อ
13
.บันทึกกิจกรรมและการปราบปรามประชาชนของคณะรัฐประหารทั้งในรูปเอกสาร เสียง
และแผ่นฟิล์ม พยามยามรักษาหลักฐานเหล่านี้ไว้และแจกจ่ายข้อมูลออกไปอย่างกว้างขวาง
ทั้งส่งให้แก่ผู้ต่อต้าน ส่งให้นานาประเทศ สื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ
และส่งถึงผู้ที่สนับสนุนการรัฐประหารนั้นด้วย
14 .จัดสัมมนาวิชาการหรือจัดอภิปรายในสถาบันการศึกษา โรงเรียน
วิทยาลัย และมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยเริ่มจากเล็กๆ และขยายไปใหญ่สู่สาธารณะชนในสังคม
15.แจกจ่ายเผยแพร่ ใบปลิว ข้อความที่คัดค้านการรัฐประหาร
และความไม่ชอบธรรมของคณะเผด็จการรัฐประหารรวมถึงส่งแฟกซ์ อีเมล์ ข้อความ
สติ๊กเกอร์ หรือติดธง
หรือสัญลักษณ์ต้านรัฐประหารไว้กับเสารับสัญญาณวิทยุของรถหรือตามสี่แยกไฟแดงต่างๆ

16 .พยามอย่ารวมศูนย์การจัด การอภิปรายต้านรัฐประหารไว้ในที่เดียวกัน
หรือที่ใดที่หนึ่ง การจัดอภิปรายต้านรัฐประหารควรเป็นไปอย่างดาวกระจาย
กว้างขวางและเกิดขึ้นได้ทุกที่ เพื่อยากต่อการปรามปราบของคณะผู้ก่อการ
17 .ใส่เสื้อหรือสะพายกระเป๋า
หรือติดเข็มกลัดที่มีข้อความแสดงออกถึงการต่อต้านรัฐประหาร ไปในทุกที่ ที่เดินทาง
18 .หากมีเพื่อน
หรือญาติพี่น้องอยู่นอกประเทศให้ช่วยกันกระจายข่าวออกไป
และให้ช่วยกันต้านรัฐประหารในที่นั้นๆ
19 .ไม่ทำลาย สถานที่ราชการ
และช่วยเหลือสนับสนุนเพื่อนๆที่ต่อต้านรัฐประหารให้สำเร็จ
หยุด!เผด็จการรัฐประหาร อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน
*หมายเหตุ : ข้อมูลบางส่วนเรียบเรียงจากหนังสือ ต้านรัฐประหาร:ยีน
ชาร์ป เขียน
,นุชจรีย์ ชลคุป แปลและอีกบางส่วนมาจากการเข้าร่วมศึกษาและเคลื่อนไหวทางการเมืองกับกลุ่มค

ทีมข่าวไทยอีนิวส์
30 มกราคม 2554
เพื่อ
เป็นการเตรียมตัวต้านรัฐประหาร พวกเราชาวไทยอีนิวส์
ขอแนะนำหนังสือ
คู่มือต้านรัฐประหาร
(Against the Coup:
Fundamentals of Effective Defense) 
ที่เขียนโดยยีน ชาร์ป
นักเขียนและนักยุทธวิธีฝ่ายสันติวิธี
ผู้ก่อตั้งสถาบัน อัลเบิร์ต ไอสไตน์
เล่มนี้
แปลโดยนุชจรีย์ ชลคุป
จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง
เมื่อปี
 2536 

เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่คนไทยจำเป็นต้องอ่านในยามนี้
ดาวโหลดหนังสือ คู่มือต้านรัฐประหาร

http://www.aeinstein.org/organizations/org/scannedPDFs/Against%20the%20Coup%20-%20Thai.pdf


ที่มา เว็บไซต์ The
Albert Einstein Institution 

1.ไม่ ยอมรับการรัฐประหารนั้น
และประณามผู้นำกลุ่มรัฐประหารว่าไม่มีความถูกต้องชอบธรรม และสมควรได้รับการปฏิเสธหากก้าวขึ้นมาเป็นรัฐบาล
การก่นประณามผู้ก่อการนี้ควรได้รับการสนับสนุนจากบรรดาผู้นำที่มีคุณธรรม
, ผู้นำทางการเมืองและทางศาสนา,เจ้าหน้าที่รัฐและสมาชิกของสถาบันทางสังคม ต่างๆทั้งหมด (อันได้แก่
สถาบันการศึกษา
, สื่อมวลชน และการสื่อสาร) รวมไปถึงหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ทั้งในระดับชาติ
ท้องถิ่น ภูมิภาค หรือจังหวัด ตลอดจนประชาชนในภาคส่วนต่างๆ
2. ปฏิเสธที่จะกระทำการใดๆ
ที่เป็นการสร้างความชอบธรรมให้แก่กลุ่มผู้ก่อการรัฐประหาร ทั้งนี้
รวมไปถึงการไม่พยายามให้ผู้นำทางการเมืองที่ถูกกฎหมายไปเจรจาประนีประนอมกับ
กลุ่มคนเหล่านี้
3 .ให้ถือว่าคำสั่งและประกาศต่างๆของคณะรัฐประหาร
ที่ขัดแย้งกับกฎหมายที่มีอยู่ปัจจุบันนั้น เป็นสิ่งผิดกฎหมาย
และไม่ต้องให้ความเคารพเชื่อฟัง
4 .พยายามให้การต่อต้านทั้งหมดเป็นไปอย่างสันติวิธี
เพื่อทำการต่อต้านรัฐประหารอย่างมีประสิทธิผลสูงที่สุด อย่ากระตุ้นให้เกิดการกระทำอันรุนแรง
หรือขาดความรอบคอบสุขุม
5 .ปฏิเสธและไม่เชื่อฟังกลุ่มรัฐประหารไม่ว่าจะกระทำการใดๆ
ที่เพื่อสถาปนาตนเองและเข้าควบคุมเครื่องมือของรัฐและสังคม
6 .ไม่ให้ความร่วมมือแก่ผู้ก่อการรัฐประหารทุกๆวิถีทาง
ผู้จะดำเนินการเช่นนี้หมายรวมไปถึงประชาชนทั่วไป
,ผู้เชี่ยวชาญและข้าราชการ
ทุกคน
, ผู้นำทางการเมืองทุกคนของรัฐและพรรคการเมืองทุกพรรครวมทั้งพรรครัฐบาลชุด
ก่อน
,หน่วยงานกลางและหน่วยงานทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวง,ทบวง,กรม,กอง ระดับภูมิภาค
และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
, กลุ่มสาขาอาชีพและผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ, พนักงานทุกคนขององค์กรประเภทสื่อและองค์กรด้านการสื่อสาร,พนักงานทุกคนของ ระบบขนส่ง, ตำรวจ,ทหารและกรมกองต่างๆในกองทัพ,ผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ตุลาการทุกคน, พนักงานในสถาบันการเงินทุกแห่งทั้งของรัฐและเอกชน
ตลอดจนเจ้าหน้าที่และสมาชิกของสถาบันอื่นๆทั้งหมดของสังคม
 7.ไม่
ยอมรับคำสั่งและระเบียบข้อบังคับของคณะรัฐประหาร
แต่ยังคงรักษาหน้าที่ตามปกติของสังคม
หากว่าภาระหน้าที่นั้นสอดคล้องกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับก่อนเกิด รัฐประหาร
รวมไปถึงกฎหมาย และนโยบายของรัฐและสถาบันทางสังคมที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ส่วนภาระหน้าที่ของประชาชนดังกล่าวควรจะดำเนินต่อไป จนกระทั่ง และ
ตราบเท่าที่ยังไม่ถูกถอดถอนอย่างชัดแจ้งออกจากสถานที่ทำงาน
, สำนักงาน
และศูนย์กิจกรรมต่างๆ
แต่ถึงกระนั้นก็ควรพยายามดำเนินหน้าที่ในตำแหน่งอื่นๆต่อไปให้นานที่สุดเท่า
ที่จะทำได้ ทั้งนี้ ผู้จะทำตามข้อแนะนำนี้หมายรวมเฉพาะเจ้าหน้าที่
และพนักงานของกระทรวง กรม กองและหน่วยงานต่างๆของรัฐบาล
8 .รักษาหน้าที่ของหน่วยงานด้านการปกครองและหน่วยงานทางสังคมที่ถูกต้องตาม
กฎหมาย บางครั้งอาจต้องสร้างองค์กรสำรองที่จำเป็นขึ้นมา เพื่อสืบต่อหน้าที่ขององค์กรที่ถูกทำลาย
หรือถูกคณะรัฐประหารสั่งปิดไป
9 .ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลที่สำคัญแก่ผู้ก่อรัฐประหาร
และกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐประหาร ถ้าจำเป็นก็ให้ถอดป้ายบอกทาง ชื่อถนน สัญญาณการจราจร
เลขที่บ้าน ฯลฯ
ทั้งนี้เพื่อระงับกิจกรรมของคณะรัฐประหารและปกป้องประชาชนไว้ไม่ให้ถูก จับกุม
10. ไม่ให้วัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็นแก่คณะผู้ก่อการ
ถ้าเป็นไปได้อาจต้องเก็บซ่อนสิ่งเหล่านี้ไว้ด้วย
 
11. “มีการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ด้วยมิตรภาพกับหน่วยงานต่างๆ
และกองกำลังทหารที่รับใช้คณะรัฐประหาร พร้อมๆไปกับการต่อต้านอย่างแข็งขืน
อธิบายเหตุผลต่างๆที่จำเป็นต้องต่อต้านรัฐประหารให้พวกเขาทราบ
ยืนยันว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงใดๆ ต่อพวกเขา พยายามบั่นทอนความเชื่อมั่น
และโน้มน้าวให้พวกเขาให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ต่อต้าน
โดยอาจจะเป็นไปในรูปแบบของการจงใจใช้วิธีที่ไม่บังเกิดผลในการปราบปราม ประชาชน
การส่งผ่านข้อมูลให้แก่ผู้ต่อต้านและอาจถึงขั้นรุนแรง
ด้วยการที่เหล่าทหารละทิ้งจากคณะรัฐประหาร
และหันมาร่วมต่อสู้เรียกร้องสันติภาพอย่างสันติวิธีกับกลุ่มผู้ต่อต้าน
โดยพยายามชักชวนให้เหล่าทหารและหน่วยงานต่างๆที่จำเป็น
หันมายึดมั่นในบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายก่อนหน้านี้
12.ปฏิเสธที่จะช่วยคณะรัฐประหารทำการเผยแพร่คำโฆษณาชวนเชื่อ
13 .บันทึกกิจกรรมและการปราบปรามประชาชนของคณะรัฐประหารทั้งในรูปเอกสาร
เสียง และแผ่นฟิล์ม
พยามยามรักษาหลักฐานเหล่านี้ไว้และแจกจ่ายข้อมูลออกไปอย่างกว้างขวาง
ทั้งส่งให้แก่ผู้ต่อต้าน ส่งให้นานาประเทศ สื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ
และส่งถึงผู้ที่สนับสนุนการรัฐประหารนั้นด้วย
14 .จัดสัมมนาวิชาการหรือจัดอภิปรายในสถาบันการศึกษา
โรงเรียน วิทยาลัย และมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยเริ่มจากเล็กๆ
และขยายไปใหญ่สู่สาธารณะชนในสังคม
15.แจกจ่ายเผยแพร่ ใบปลิว ข้อความที่คัดค้านการรัฐประหาร
และความไม่ชอบธรรมของคณะเผด็จการรัฐประหารรวมถึงส่งแฟกซ์ อีเมล์ ข้อความ
สติ๊กเกอร์ หรือติดธง
หรือสัญลักษณ์ต้านรัฐประหารไว้กับเสารับสัญญาณวิทยุของรถหรือตามสี่แยกไฟแดง ต่างๆ
16 .พยายาม อย่ารวมศูนย์การจัด
การอภิปรายต้านรัฐประหารไว้ในที่เดียวกัน หรือที่ใดที่หนึ่ง
การจัดอภิปรายต้านรัฐประหารควรเป็นไปอย่างดาวกระจาย กว้างขวางและเกิดขึ้นได้ทุกที่
เพื่อยากต่อการปรามปราบของคณะผู้ก่อการ
 17 .ใส่เสื้อหรือสะพายกระเป๋า
หรือติดเข็มกลัดที่มีข้อความแสดงออกถึงการต่อต้านรัฐประหาร ไปในทุกที่ ที่เดินทาง
18 .หากมีเพื่อน
หรือญาติพี่น้องอยู่นอกประเทศให้ช่วยกันกระจายข่าวออกไป
และให้ช่วยกันต้านรัฐประหารในที่นั้นๆ
 19 .อย่าทำลาย สถานที่ราชการ
และช่วยเหลือสนับสนุนเพื่อนๆที่ต่อต้านรัฐประหารให้สำเร็จ
(ข้อมูลบางส่วนเรียบเรียงจากหนังสือ ต้านรัฐประหาร:ยีน ชาร์ป
เขียน
 ,นุชจรีย์
ชลคุป แปล และบทความของ ภูมิวัฒน์ นุกิจ
 ) 







คู่มือการต่อต้านรัฐประหาร แบบสันติวิธีอย่างสร้างสร...






























คู่มือการต่อต้านรัฐประหาร
แบบสันติวิธีอย่างสร้างสรรค์
ภูมิวัติ นุกิจ กลุ่มรองเท้าแตะ

http://www.9dern.com/rsa/view.php?id=1295
ประเทศเป็นของประชาชน อำนาจในการปกครองเป็นของประชาชน และอธิปไตยต่างเป็นของประชาชนเช่นกัน
การรัฐประหารคือศัตรูของประชาชน เนื่องจากการรัฐประหาร
คือการทำลายระบอบประชาธิปไตยอย่างสิ้น
เชิง ซึ่งการรัฐประหารก็คือการประหารรัฐนั้นเอง
โดยคณะผู้ก่อการทุกคณะต่างไม่เคยเชื่อมั่นในการแก้ไขการเปลี่ยนผ่านวิกฤติทางการเมืองโดยพลังของประชาชนเอง
การออกกฏ คำสั่งหรือประกาศต่างๆ ถือเป็นการ
กระทำที่ขัดต่อศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ของแต่ละบุคคล
และขัดต่อสิทธิความเป็นคนโดยธรรมชาติที่จะหายใจ ที่เคลื่อนไหว ที่จะคิด ที่จะเขียน
ที่จะอ่าน หรือที่จะพูดคุยสื่อสารกันอย่างมีอารยะในหมู่ประชาชน
พึงตระหนักเถิดว่าประชาชนคือเจ้าของประเทศผู้เสียภาษีทั้งทางตรงและทางอ้อม
ปืนทุกกระบอก รถถังทุกคัน ระเบิดทุกลูก เสื้อผ้าที่คณะเผด็จการผู้ก่อการสวมใส่
หรือบ้านพักและรถประจำตำแหน่งฯลฯล้วนมาจากเงินและหยาดเหงื่อของประชาชน

ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าประชาชนไม่เคยได้อะไรจากการรัฐประหาร
สิ่งที่ได้คือความอดอยาก
ความหวาดกลัวและการถูกบังคับให้อยู่ภายใต้อำนาจเผด็จการของคณะผู้ก่อการทุกยุคทุกสมัย
และสิ่งที่ผู้ก่อการพยามทำให้สำเร็จก็คือการโฆษณาชวนเชื่อต่อประชาชน
การปิดกั้นข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริง เพื่อมอมเมาประชาชนให้เชื่อ
และสิ่งสำคัญที่คณะเผด็จการผู้ก่อการทุกคณะต้องทำคือการสืบทอดอำนาจของตนเอง
เพื่อป้องกันการรัฐประหารซ้อน การถูกเอาคืน
เนื่องจากหากการทำรัฐประหารผิดพลาดถือว่าเป็นกบฏต่อรัฐ
ในความเป็นจริงการรัฐประหารก็คือการเป็นกบฏต่อคนส่วนใหญ่อย่างชัดเจน
เพราะเป็นการกระทำของบุคคลหรือคณะเพียงกลุ่มเดียว
และการรัฐประหารมันมีปัญหาในตัวของมันเองทั้งในแง่ของเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์
นิติศาสตร์ฯลฯ
เพราะประชาชนคนทุกข์ยากได้เรียนรู้แล้วว่าจะไม่อนุญาตให้คณะบุคคลมากำหนดชีวิตเขาอย่างแน่นอน
สิ่งสำคัญอีกประการที่คณะผู้ทำการรัฐประหารต้องทำ
ก็คือแสวงหาผลประโยชน์แบ่งเค้กความสำเร็จกันในหมู่พรรคพวกผู้ก่อการ
ดังนั้นประชาชนทั้งหลายย่อมมีสิทธิ ที่จะต่อต้านคณะเผด็จการ
ได้ในทุกรูปแบบทั้งโดยสงบ สันติและเปิดเผยดังต่อไปนี้
บัญญัติ 14 ประการคัดค้านรัฐประหาร
ทันทีที่มีการรัฐประหาร ขอให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศพร้อมใจกันดำเนินการดังต่อไปนี้
1. หากหยุดงานได้พร้อมใจกันหยุดงานทั่วประเทศโดยทันที
เพื่อเป็นการไม่ให้ความร่วมมือกับคณะเผด็จการผู้ก่อการ
2. ออกมายืนตามท้องถนน
ถ้ามีการปราบให้สลายตัวกลับเข้าบ้านหรือที่ทำงาน แล้วจึงออกมาใหม่ หรือให้พยามหลบภัยเข้าไปยังสำนักงานสหประชาชาติ
(ประจำประเทศไทย) ให้ได้
3 . จอดรถ หรือนำสิ่งของทิ้งไว้กลางถนน
เพื่อขวางการเคลื่อนย้ายกำลังพล และอาวุธของคณะเผด็จการผู้ก่อการ
4 . ปฏิเสธคำสั่ง หรือประกาศใดๆ
และไม่ให้ความร่วมมือทุกประการแก่คณะรัฐประหาร
5 . พยายามเป็นมิตรกับทหารที่เป็นลูกหลานของเรา
ซึ่งที่เขาไม่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหารและชักชวนเขามาร่วมคัดค้านรัฐประหาร
6 . ยึดมั่นในสันติวิธี
ผูกผ้าสีเขียวไว้ที่แขนเพื่อความสมานฉันท์ และเป็นสัญลักษณ์ของสันติวิธี
ให้อดกลั้นต่อความโกรธ แม้จะถูกยั่วยุและปราบปราม
7 . โทรศัพท์ โทรสาร อีเมล์หรือส่งข้อความ
หรือใช้วิธีส่งข่าวอื่นๆเพื่อขยายการคัดค้านรัฐประหารให้กว้างขวางออกไปให้มากที่สุด
8 . คณะผู้ก่อการรัฐประหารเดินทางไปที่ไหนให้
พี่น้องประชาชนที่อยู่ที่นั่น ช่วยกันประณาม โดยการก่นด่าหรือตะโกน
เพื่อแสดงออกอย่างชอบธรรมว่าประชาชนไม่ ยอมรับคณะผู้ก่อการ
9. ประณามองค์กรภาคประชาชน สื่อมวลชนหรือองค์กร
หน่วยงานต่างๆที่สนับสนุนการรัฐประหาร
10. งด หรือไม่ซื้อสินค้าของกลุ่มทุนที่สนับสนุนการรัฐประหาร
หากมาตรการขั้นแรกไม่ได้ผลให้ดำเนินการต่อไปดังนี้
11. ถอนเงินออกจากธนาคารทุกแห่ง
12.ขายหุ้นที่มีอยู่ออกให้หมด
และขายเงินบาทไปซื้อเงินดอลล่าร์มาเก็บไว้
13.ถ้าเป็นข้าราชการ ก็ให้ลาออก
หากทำไม่ได้ให้เลี่ยงงานหรือเฉื่อยงาน และช่วยกันส่งข้อมูล
ข้อเท็จจริงที่มีอยู่เกี่ยวกับการทำรัฐประหารของคณะผู้ก่อการให้กับประชาชนที่ต่อต้านการรัฐประหาร
14.งดจ่ายภาษี ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ
แนวทางเพื่อการต่อต้านรัฐประหาร
การต่อสู้เพื่อต้านรัฐประหารสามารถกำหนดแนวทางต่างๆที่เฉพาะเจาะจง
เพื่อเป็นพื้นฐานขั้นต้นของยุทธวิธีต่อต้านรัฐประหารให้มีประสิทธิภาพดังนี้
1.ไม่ยอมรับการรัฐประหารนั้น
และประณามผู้นำกลุ่มรัฐประหารว่าไม่มีความถูกต้องชอบธรรม
และสมควรได้รับการปฏิเสธหากก้าวขึ้นมาเป็นรัฐบาล
การก่นประณามผู้ก่อการนี้ควรได้รับการสนับสนุนจากบรรดาผู้นำที่มีคุณธรรม
, ผู้นำทางการเมืองและทางศาสนา,เจ้าหน้าที่รัฐและสมาชิกของสถาบันทางสังคมต่างๆทั้งหมด (อันได้แก่
สถาบันการศึกษา
, สื่อมวลชน และการสื่อสาร)
รวมไปถึงหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ทั้งในระดับชาติ
ท้องถิ่น ภูมิภาค หรือจังหวัด ตลอดจนประชาชนในภาคส่วนต่างๆ
2. ปฏิเสธที่จะกระทำการใดๆ
ที่เป็นการสร้างความชอบธรรมให้แก่กลุ่มผู้ก่อการรัฐประหาร ทั้งนี้ รวมไปถึงการไม่พยายามให้ผู้นำทางการเมืองที่ถูกกฎหมายไปเจรจาประนีประนอมกับกลุ่มคนเหล่านี้
3 .ให้ถือว่าคำสั่งและประกาศต่างๆของคณะรัฐประหาร
ที่ขัดแย้งกับกฎหมายที่มีอยู่ปัจจุบันนั้น เป็นสิ่งผิดกฎหมาย
และไม่ต้องให้ความเคารพเชื่อฟัง
4 .พยายามให้การต่อต้านทั้งหมดเป็นไปอย่างสันติวิธี
เพื่อทำการต่อต้านรัฐประหารอย่างมีประสิทธิผลสูงที่สุด
อย่ากระตุ้นให้เกิดการกระทำอันรุนแรง หรือขาดความรอบคอบสุขุม
5 .ปฏิเสธและไม่เชื่อฟังกลุ่มรัฐประหารไม่ว่าจะกระทำการใดๆ
ที่เพื่อสถาปนาตนเองและเข้าควบคุมเครื่องมือของรัฐและสังคม
6 .ไม่ให้ความร่วมมือแก่ผู้ก่อการรัฐประหารทุกๆวิถีทาง
ผู้จะดำเนินการเช่นนี้หมายรวมไปถึงประชาชนทั่วไป
,ผู้เชี่ยวชาญและข้าราชการทุกคน,
ผู้นำทางการเมืองทุกคนของรัฐและพรรคการเมืองทุกพรรครวมทั้งพรรค
รัฐบาลชุดก่อน,หน่วยงานกลางและหน่วยงานทุกหน่วยงาน
ทุกกระทรวง
,ทบวง,กรม,กอง ระดับภูมิภาค และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, กลุ่มสาขาอาชีพและผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ,
พนักงานทุกคนขององค์กรประเภทสื่อและองค์กรด้านการสื่อสาร,พนักงานทุกคนของระบบขนส่ง, ตำรวจ,ทหารและกรมกองต่างๆในกองทัพ,ผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ตุลาการทุกคน,พนักงานในสถาบันการเงินทุกแห่งทั้งของรัฐและเอกชน
ตลอดจนเจ้าหน้าที่และสมาชิกของสถาบันอื่นๆทั้งหมดของสังคม
7.ไม่ยอมรับคำสั่งและระเบียบข้อบังคับของคณะรัฐประหาร
แต่ยังคงรักษาหน้าที่ตามปกติของสังคม
หากว่าภาระหน้าที่นั้นสอดคล้องกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับก่อนเกิดรัฐประหาร
รวมไปถึงกฎหมาย และนโยบายของรัฐและสถาบันทางสังคมที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ส่วนภาระหน้าที่ของประชาชนดังกล่าวควรจะดำเนินต่อไป
จนกระทั่งและตราบเท่าที่ยังไม่ถูกถอดถอนอย่างชัดแจ้งออกจากสถานที่ทำงาน
, สำนักงาน
และศูนย์กิจกรรม
ต่างๆ แต่ถึงกระนั้นก็ควรพยายามดำเนินหน้าที่ในตำแหน่งอื่นๆต่อไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
ทั้งนี้ ผู้จะทำตามข้อแนะนำนี้หมายรวมเฉพาะเจ้าหน้าที่ และพนักงานของกระทรวง กรม
กองและหน่วยงานต่างๆของรัฐบาล
8
.รักษาหน้าที่ของหน่วยงานด้านการปกครองและหน่วยงานทางสังคมที่ถูกต้องตามกฎหมาย
บางครั้งอาจต้องสร้างองค์กรสำรองที่จำเป็นขึ้นมา
เพื่อสืบต่อหน้าที่ขององค์กรที่ถูกทำลาย หรือถูกคณะรัฐประหารสั่งปิดไป
9 .ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลที่สำคัญแก่ผู้ก่อรัฐประหาร
และกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐประหาร ถ้าจำเป็นก็ให้ถอดป้ายบอกทาง ชื่อถนน สัญญาณการจราจร
เลขที่บ้าน ฯลฯ ทั้งนี้เพื่อระงับกิจกรรมของคณะรัฐประหารและปกป้องประชาชนไว้ไม่ให้ถูกจับกุม
10. ไม่ให้วัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็นแก่คณะผู้ก่อการ
ถ้าเป็นไปได้อาจต้องเก็บซ่อนสิ่งเหล่านี้ไว้ด้วย
11. มีการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ด้วยมิตรภาพกับหน่วยงานต่างๆ และกองกำลังทหารที่รับใช้คณะรัฐประหาร
พร้อมๆไปกับการต่อต้านอย่างแข็งขืน
อธิบายเหตุผลต่างๆที่จำเป็นต้องต่อต้านรัฐประหารให้พวกเขาทราบ
ยืนยันว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงใดๆ ต่อพวกเขา พยายามบั่นทอนความเชื่อมั่น
และโน้มน้าวให้พวกเขาให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ต่อต้าน
โดยอาจจะเป็นไปในรูปแบบของการจงใจใช้วิธีที่ไม่บังเกิดผลในการปราบปรามประชาชน
การส่งผ่านข้อมูลให้แก่ผู้ต่อต้านและอาจถึงขั้นรุนแรง
ด้วยการที่เหล่าทหารละทิ้งจากคณะรัฐประหาร
และหันมาร่วมต่อสู้เรียกร้องสันติภาพอย่างสันติวิธีกับกลุ่มผู้ต่อต้าน
โดยพยายามชักชวนให้เหล่าทหารและหน่วยงานต่างๆที่จำเป็น หันมายึดมั่นในบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายก่อนหน้านี้
12.ปฏิเสธที่จะช่วยคณะรัฐประหารทำการเผยแพร่คำโฆษณาชวนเชื่อ
13
.บันทึกกิจกรรมและการปราบปรามประชาชนของคณะรัฐประหารทั้งในรูปเอกสาร เสียง
และแผ่นฟิล์ม พยามยามรักษาหลักฐานเหล่านี้ไว้และแจกจ่ายข้อมูลออกไปอย่างกว้างขวาง
ทั้งส่งให้แก่ผู้ต่อต้าน ส่งให้นานาประเทศ สื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ
และส่งถึงผู้ที่สนับสนุนการรัฐประหารนั้นด้วย
14 .จัดสัมมนาวิชาการหรือจัดอภิปรายในสถาบันการศึกษา โรงเรียน
วิทยาลัย และมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยเริ่มจากเล็กๆ และขยายไปใหญ่สู่สาธารณะชนในสังคม
15.แจกจ่ายเผยแพร่ ใบปลิว ข้อความที่คัดค้านการรัฐประหาร
และความไม่ชอบธรรมของคณะเผด็จการรัฐประหารรวมถึงส่งแฟกซ์ อีเมล์ ข้อความ
สติ๊กเกอร์ หรือติดธง
หรือสัญลักษณ์ต้านรัฐประหารไว้กับเสารับสัญญาณวิทยุของรถหรือตามสี่แยกไฟแดงต่างๆ

16 .พยามอย่ารวมศูนย์การจัด การอภิปรายต้านรัฐประหารไว้ในที่เดียวกัน
หรือที่ใดที่หนึ่ง การจัดอภิปรายต้านรัฐประหารควรเป็นไปอย่างดาวกระจาย
กว้างขวางและเกิดขึ้นได้ทุกที่ เพื่อยากต่อการปรามปราบของคณะผู้ก่อการ
17 .ใส่เสื้อหรือสะพายกระเป๋า
หรือติดเข็มกลัดที่มีข้อความแสดงออกถึงการต่อต้านรัฐประหาร ไปในทุกที่ ที่เดินทาง
18 .หากมีเพื่อน
หรือญาติพี่น้องอยู่นอกประเทศให้ช่วยกันกระจายข่าวออกไป
และให้ช่วยกันต้านรัฐประหารในที่นั้นๆ
19 .ไม่ทำลาย สถานที่ราชการ
และช่วยเหลือสนับสนุนเพื่อนๆที่ต่อต้านรัฐประหารให้สำเร็จ
หยุด!เผด็จการรัฐประหาร อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน
*หมายเหตุ : ข้อมูลบางส่วนเรียบเรียงจากหนังสือ ต้านรัฐประหาร:ยีน
ชาร์ป เขียน
,นุชจรีย์ ชลคุป แปลและอีกบางส่วนมาจากการเข้าร่วมศึกษาและเคลื่อนไหวทางการเมืองกับกลุ่มค

ทีมข่าวไทยอีนิวส์
30 มกราคม 2554
เพื่อ
เป็นการเตรียมตัวต้านรัฐประหาร พวกเราชาวไทยอีนิวส์
ขอแนะนำหนังสือ
คู่มือต้านรัฐประหาร
(Against the Coup:
Fundamentals of Effective Defense) 
ที่เขียนโดยยีน ชาร์ป
นักเขียนและนักยุทธวิธีฝ่ายสันติวิธี
ผู้ก่อตั้งสถาบัน อัลเบิร์ต ไอสไตน์
เล่มนี้
แปลโดยนุชจรีย์ ชลคุป
จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง
เมื่อปี
 2536 

เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่คนไทยจำเป็นต้องอ่านในยามนี้
ดาวโหลดหนังสือ คู่มือต้านรัฐประหาร

http://www.aeinstein.org/organizations/org/scannedPDFs/Against%20the%20Coup%20-%20Thai.pdf


ที่มา เว็บไซต์ The
Albert Einstein Institution 

1.ไม่ ยอมรับการรัฐประหารนั้น
และประณามผู้นำกลุ่มรัฐประหารว่าไม่มีความถูกต้องชอบธรรม และสมควรได้รับการปฏิเสธหากก้าวขึ้นมาเป็นรัฐบาล
การก่นประณามผู้ก่อการนี้ควรได้รับการสนับสนุนจากบรรดาผู้นำที่มีคุณธรรม
, ผู้นำทางการเมืองและทางศาสนา,เจ้าหน้าที่รัฐและสมาชิกของสถาบันทางสังคม ต่างๆทั้งหมด (อันได้แก่
สถาบันการศึกษา
, สื่อมวลชน และการสื่อสาร) รวมไปถึงหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ทั้งในระดับชาติ
ท้องถิ่น ภูมิภาค หรือจังหวัด ตลอดจนประชาชนในภาคส่วนต่างๆ
2. ปฏิเสธที่จะกระทำการใดๆ
ที่เป็นการสร้างความชอบธรรมให้แก่กลุ่มผู้ก่อการรัฐประหาร ทั้งนี้
รวมไปถึงการไม่พยายามให้ผู้นำทางการเมืองที่ถูกกฎหมายไปเจรจาประนีประนอมกับ
กลุ่มคนเหล่านี้
3 .ให้ถือว่าคำสั่งและประกาศต่างๆของคณะรัฐประหาร
ที่ขัดแย้งกับกฎหมายที่มีอยู่ปัจจุบันนั้น เป็นสิ่งผิดกฎหมาย
และไม่ต้องให้ความเคารพเชื่อฟัง
4 .พยายามให้การต่อต้านทั้งหมดเป็นไปอย่างสันติวิธี
เพื่อทำการต่อต้านรัฐประหารอย่างมีประสิทธิผลสูงที่สุด อย่ากระตุ้นให้เกิดการกระทำอันรุนแรง
หรือขาดความรอบคอบสุขุม
5 .ปฏิเสธและไม่เชื่อฟังกลุ่มรัฐประหารไม่ว่าจะกระทำการใดๆ
ที่เพื่อสถาปนาตนเองและเข้าควบคุมเครื่องมือของรัฐและสังคม
6 .ไม่ให้ความร่วมมือแก่ผู้ก่อการรัฐประหารทุกๆวิถีทาง
ผู้จะดำเนินการเช่นนี้หมายรวมไปถึงประชาชนทั่วไป
,ผู้เชี่ยวชาญและข้าราชการ
ทุกคน
, ผู้นำทางการเมืองทุกคนของรัฐและพรรคการเมืองทุกพรรครวมทั้งพรรครัฐบาลชุด
ก่อน
,หน่วยงานกลางและหน่วยงานทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวง,ทบวง,กรม,กอง ระดับภูมิภาค
และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
, กลุ่มสาขาอาชีพและผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ, พนักงานทุกคนขององค์กรประเภทสื่อและองค์กรด้านการสื่อสาร,พนักงานทุกคนของ ระบบขนส่ง, ตำรวจ,ทหารและกรมกองต่างๆในกองทัพ,ผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ตุลาการทุกคน, พนักงานในสถาบันการเงินทุกแห่งทั้งของรัฐและเอกชน
ตลอดจนเจ้าหน้าที่และสมาชิกของสถาบันอื่นๆทั้งหมดของสังคม
 7.ไม่
ยอมรับคำสั่งและระเบียบข้อบังคับของคณะรัฐประหาร
แต่ยังคงรักษาหน้าที่ตามปกติของสังคม
หากว่าภาระหน้าที่นั้นสอดคล้องกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับก่อนเกิด รัฐประหาร
รวมไปถึงกฎหมาย และนโยบายของรัฐและสถาบันทางสังคมที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ส่วนภาระหน้าที่ของประชาชนดังกล่าวควรจะดำเนินต่อไป จนกระทั่ง และ
ตราบเท่าที่ยังไม่ถูกถอดถอนอย่างชัดแจ้งออกจากสถานที่ทำงาน
, สำนักงาน
และศูนย์กิจกรรมต่างๆ
แต่ถึงกระนั้นก็ควรพยายามดำเนินหน้าที่ในตำแหน่งอื่นๆต่อไปให้นานที่สุดเท่า
ที่จะทำได้ ทั้งนี้ ผู้จะทำตามข้อแนะนำนี้หมายรวมเฉพาะเจ้าหน้าที่
และพนักงานของกระทรวง กรม กองและหน่วยงานต่างๆของรัฐบาล
8 .รักษาหน้าที่ของหน่วยงานด้านการปกครองและหน่วยงานทางสังคมที่ถูกต้องตาม
กฎหมาย บางครั้งอาจต้องสร้างองค์กรสำรองที่จำเป็นขึ้นมา เพื่อสืบต่อหน้าที่ขององค์กรที่ถูกทำลาย
หรือถูกคณะรัฐประหารสั่งปิดไป
9 .ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลที่สำคัญแก่ผู้ก่อรัฐประหาร
และกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐประหาร ถ้าจำเป็นก็ให้ถอดป้ายบอกทาง ชื่อถนน สัญญาณการจราจร
เลขที่บ้าน ฯลฯ
ทั้งนี้เพื่อระงับกิจกรรมของคณะรัฐประหารและปกป้องประชาชนไว้ไม่ให้ถูก จับกุม
10. ไม่ให้วัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็นแก่คณะผู้ก่อการ
ถ้าเป็นไปได้อาจต้องเก็บซ่อนสิ่งเหล่านี้ไว้ด้วย
 
11. “มีการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ด้วยมิตรภาพกับหน่วยงานต่างๆ
และกองกำลังทหารที่รับใช้คณะรัฐประหาร พร้อมๆไปกับการต่อต้านอย่างแข็งขืน
อธิบายเหตุผลต่างๆที่จำเป็นต้องต่อต้านรัฐประหารให้พวกเขาทราบ
ยืนยันว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงใดๆ ต่อพวกเขา พยายามบั่นทอนความเชื่อมั่น
และโน้มน้าวให้พวกเขาให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ต่อต้าน
โดยอาจจะเป็นไปในรูปแบบของการจงใจใช้วิธีที่ไม่บังเกิดผลในการปราบปราม ประชาชน
การส่งผ่านข้อมูลให้แก่ผู้ต่อต้านและอาจถึงขั้นรุนแรง
ด้วยการที่เหล่าทหารละทิ้งจากคณะรัฐประหาร
และหันมาร่วมต่อสู้เรียกร้องสันติภาพอย่างสันติวิธีกับกลุ่มผู้ต่อต้าน
โดยพยายามชักชวนให้เหล่าทหารและหน่วยงานต่างๆที่จำเป็น
หันมายึดมั่นในบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายก่อนหน้านี้
12.ปฏิเสธที่จะช่วยคณะรัฐประหารทำการเผยแพร่คำโฆษณาชวนเชื่อ
13 .บันทึกกิจกรรมและการปราบปรามประชาชนของคณะรัฐประหารทั้งในรูปเอกสาร
เสียง และแผ่นฟิล์ม
พยามยามรักษาหลักฐานเหล่านี้ไว้และแจกจ่ายข้อมูลออกไปอย่างกว้างขวาง
ทั้งส่งให้แก่ผู้ต่อต้าน ส่งให้นานาประเทศ สื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ
และส่งถึงผู้ที่สนับสนุนการรัฐประหารนั้นด้วย
14 .จัดสัมมนาวิชาการหรือจัดอภิปรายในสถาบันการศึกษา
โรงเรียน วิทยาลัย และมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยเริ่มจากเล็กๆ
และขยายไปใหญ่สู่สาธารณะชนในสังคม
15.แจกจ่ายเผยแพร่ ใบปลิว ข้อความที่คัดค้านการรัฐประหาร
และความไม่ชอบธรรมของคณะเผด็จการรัฐประหารรวมถึงส่งแฟกซ์ อีเมล์ ข้อความ
สติ๊กเกอร์ หรือติดธง
หรือสัญลักษณ์ต้านรัฐประหารไว้กับเสารับสัญญาณวิทยุของรถหรือตามสี่แยกไฟแดง ต่างๆ
16 .พยายาม อย่ารวมศูนย์การจัด
การอภิปรายต้านรัฐประหารไว้ในที่เดียวกัน หรือที่ใดที่หนึ่ง
การจัดอภิปรายต้านรัฐประหารควรเป็นไปอย่างดาวกระจาย กว้างขวางและเกิดขึ้นได้ทุกที่
เพื่อยากต่อการปรามปราบของคณะผู้ก่อการ
 17 .ใส่เสื้อหรือสะพายกระเป๋า
หรือติดเข็มกลัดที่มีข้อความแสดงออกถึงการต่อต้านรัฐประหาร ไปในทุกที่ ที่เดินทาง
18 .หากมีเพื่อน
หรือญาติพี่น้องอยู่นอกประเทศให้ช่วยกันกระจายข่าวออกไป
และให้ช่วยกันต้านรัฐประหารในที่นั้นๆ
 19 .อย่าทำลาย สถานที่ราชการ
และช่วยเหลือสนับสนุนเพื่อนๆที่ต่อต้านรัฐประหารให้สำเร็จ
(ข้อมูลบางส่วนเรียบเรียงจากหนังสือ ต้านรัฐประหาร:ยีน ชาร์ป
เขียน
 ,นุชจรีย์
ชลคุป แปล และบทความของ ภูมิวัฒน์ นุกิจ
 )