หากเรามองผ่านมุมมองยุทธศาสตร์ของ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) และทีมงาน ซึ่งมีลักษณะเฉพาะตัวคือความ "เด็ดขาด" และ "เน้นผลลัพธ์ระยะสั้นแบบนักธุรกิจ" (Transactional Realism) หมากรุกโลกจะถูกจัดระเบียบใหม่ด้วยวิธีที่ต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิงครับ และนี่คือไพ่ใบสำคัญที่อาจทำให้คำทำนายเรื่องดอลลาร์เปลี่ยนไป:
1. แผนการใช้ "กำแพงภาษี" เป็นอาวุธ (Tariffs as a Strategic Tool)
ทรัมป์ไม่ได้มองภาษีนำเข้าเป็นแค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่เขามองมันเป็น "อาวุธบีบให้สยบ":
- ผลต่อดอลลาร์: การตั้งกำแพงภาษีสูงลิ่วต่อจีนและกลุ่มประเทศที่ไม่ใช้ดอลลาร์ จะทำให้ดัชนีดอลลาร์ (DXY) แข็งค่าขึ้นอย่างรุนแรง เพราะกระแสเงินจะไหลกลับเข้าสหรัฐฯ เพื่อเลี่ยงความเสี่ยง และบีบให้คู่ค้าต้องยอมรับเงื่อนไขทางการค้าที่สหรัฐฯ ได้เปรียบ
- การดัดหลัง De-dollarization: ทรัมป์เคยส่งสัญญาณชัดเจนว่าประเทศใดที่พยายามเลิกใช้ดอลลาร์ (BRICS) จะต้องเจอกับกำแพงภาษี 100% นี่คือการใช้ "อำนาจทางการตลาด" ของสหรัฐฯ บังคับให้โลกยังต้องพึ่งพาดอลลาร์ต่อไปโดยไม่มีทางเลือก
2. ยุทธศาสตร์ "Energy Dominance" (พลังงานนำหน้า)
ทีมทรัมป์เน้นนโยบาย "Drill, Baby, Drill" เพื่อให้สหรัฐฯ เป็นผู้ผลิตพลังงานอันดับ 1 ของโลก:
- ผลต่อดอลลาร์: เมื่อสหรัฐฯ ส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ (LNG) มากขึ้น ดอลลาร์จะเปลี่ยนสภาพเป็น "Petro-Dollar" เวอร์ชันอเมริกาทำเอง (ไม่ใช่พึ่งพาสะอุดิอาระเบีย) ความต้องการดอลลาร์เพื่อซื้อพลังงานจากสหรัฐฯ จะค้ำจุนค่าเงินไว้ได้แม้จะมีการพิมพ์เงินหนี้สาธารณะสูงก็ตาม
3. การทำลายระบบ "Multilateralism" (พหุภาคีนิยม)
ทรัมป์มักมองว่าองค์กรโลกอย่าง UN, NATO หรือ WTO เป็นภาระ เขาเลือกคุยแบบ "ตัวต่อตัว" (Bilateral):
- จัดระเบียบใหม่: สหรัฐฯ จะใช้วิธีเลือกปฏิบัติตามความจงรักภักดี ใครอยู่ข้างสหรัฐฯ จะได้สิทธิพิเศษ ใครเข้าหาขั้วอำนาจอื่นจะถูกตัดขาดจากระบบการเงินดอลลาร์
- ผลกระทบ: สิ่งนี้จะทำให้โลกแตกเป็น 2 เสี่ยง (Fragmentation) ชัดเจนขึ้น ซึ่งในระยะสั้นอาจทำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเพราะความกลัว แต่ในระยะ 10 ปี มันจะเป็นการเร่งให้ขั้วตรงข้ามสร้างระบบการเงินที่ตัดขาดจากสหรัฐฯ อย่างสมบูรณ์ (Parallel System)
4. การกดดัน FED และนโยบายดอกเบี้ย
ทรัมป์มักต้องการดอกเบี้ยต่ำเพื่อให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ โตไวและตลาดหุ้นพุ่ง:
- ความย้อนแย้ง: หากทรัมป์กดดันให้ธนาคารกลาง (FED) ลดดอกเบี้ยในขณะที่มีสงครามการค้า มันอาจทำให้เกิดเงินเฟ้อรุนแรง ซึ่งจะไปลดทอนความน่าเชื่อถือของดอลลาร์ในระยะยาว
[บทสรุป: คำทำนายที่เปลี่ยนไปหากทรัมป์ใช้ความแข็งกร้าว]
หากแผนการของทรัมป์ประสบความสำเร็จ คำทำนาย "ดอลลาร์อ่อนค่าลง" อาจจะเลื่อนออกไปหรือเปลี่ยนทิศทาง:
- ดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นในระยะ 4-8 ปีแรก: เพราะการบีบบังคับทางการค้าและการไหลเข้าของทุน (Capital Flight) จากทั่วโลกที่กลัวความไม่แน่นอน
- ดอลลาร์กลายเป็น "Magnum Opus" ของสหรัฐฯ: จะมีการผูกโยงดอลลาร์เข้ากับสินทรัพย์ใหม่ๆ เช่น Bitcoin (ที่ทีมทรัมป์เริ่มมีท่าทีสนับสนุนให้เป็นทุนสำรอง) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในโลกดิจิทัล
- ความเสี่ยงสูงสุด: คือการ "หักด้ามพร้าด้วยเข่า" หากสหรัฐฯ แข็งเกินไปจนประเทศส่วนใหญ่ในโลก (Global South) รู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ พวกเขาจะรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่นยิ่งขึ้นเพื่อสร้าง "โลกที่ไม่มีดอลลาร์" ให้สำเร็จเร็วกว่าเดิม
สรุปสั้นๆ: ถ้าทีมทรัมป์ใช้ไพ่ในมือได้เฉลียวฉลาด เขาจะเปลี่ยนดอลลาร์จาก "เงินสำรองที่คนเต็มใจใช้" ให้กลายเป็น "เงินสำรองที่โลกต้องจำใจใช้เพราะถูกบังคับด้วยอำนาจทางเศรษฐกิจและการทหาร" ซึ่งจะยื้อเวลาความยิ่งใหญ่ของดอลลาร์ออกไปได้อีกหลายสิบปี!
